⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1701/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1701/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากการกระทำความผิดอาญาที่เกิดจากการสมคบกันนั้น มีผลร้ายเกิดขึ้นแก่ผู้กระทำผิดคนใดคนหนึ่งโดยที่จำเลยไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำนั้นโดยตรง หรือโดยการสมคบกันมาก่อน จำเลยย่อมไม่ต้องรับผิดในผลร้ายนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยสมควบกับพวกทำการปล้นทรัพย์ เมื่อปล้นทรัพย์แล้ว ระหว่างที่พาเอาทรัพย์หนีไปและเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นจากการจับกุมและปกปิดการกระทำของพวกตน พวกของจำเลยคนใดคนหนึ่ง ซึ่งไม่ปรากฏจากข้อเท็จจริงแน่ชัดว่าเป็นคนใด ได้ยิงพวกผู้เสียหายถึงตาย เป็นเรื่องสมคบกันมาปล้นทรัพย์แล้วมีการตายเกิดขึ้น เมื่อโจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยิงพวกเจ้าทรัพย์ตายหรือจำเลยได้สมคบกับคนร้ายในการปล้นรายนี้ฆ่าพวกของเจ้าทรัพย์หลังจากทำการปล้นทรัพย์แล้ว และระหว่างที่พวกเอาทรัพย์หนีไป ความผิดของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(7)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ถึงแก่ความตายไปแล้ว กับพวกอีก ๑ คน มีอาวุธสบคบกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายโดยขู่เข็ญว่าจะทำร้ายและใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย เพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การปล้นทรัพย์ การพาเอาทรัพย์ไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ และเพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้และจำพวกกับพวกได้บังอาจสมคบกันใช้อาวุธปืนยิงสิบเอกอภิรัตน์พวกผู้เสียหายถึงแก่ความตาย เพื่อปกปิดการกระทำความผิดของจำเลย เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นจากการจับกุม และเพื่อจะหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดฐานปล้นทรัพย์สิน ขอให้ลงโทษประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐,๒๘๙(๗),๘๓ และสั่งคืนของกลางที่เป็นผู้เสียหายให้แก่ผู้เสียหาย และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า นายเจริญหรือจ๊ะ ยิ้มละมัย จำเลยที่ ๑มีความผิดฐานร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคท้าย จำคุกจำเลยที่ ๑ ตลอดชีวิต แต่คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ (๑) จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๑๖ ปี ส่วนนายเต็งจำเลยที่ ๒ หลักฐานไม่พอเชื่อว่าได้ร่วมทำการปล้นด้วย จึงให้ยกฟ้อง ปล่อยจำเลยที่ ๒ พ้นข้อหาไป ให้จำเลยที่ ๑คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒,๔๕๐ บาทให้ผู้เสียหาย กับคืนขันน้ำพานรองกับสร้อยข้อมือให้ผู้เสียหาย ข้อหานอกจากนี้ให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๗) ด้วยและอุทธรณ์ว่า คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณามิได้เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเลย ไม่สมควรลดโทษให้จำเลยที่ ๑และอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ ๒ ควรมีความผิดตามฟ้องโจทก์ หรืออย่างน้อยก็ควรมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ช่วยเหลือในการกระทำผิดครั้งนี้ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลย ต่อมาให้ขอถอนอุทธรณ์เสีย ศาลอุทธรณ์สั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ไม่ลดโทษ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประด้วยมาตรา ๕๓ (๑) คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ตลอดชีวิตนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๗) จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑เป็นคนร้ายกระทำการปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายจริง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยควรจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๗) นั้น เห็นว่า จำเลยสมคบกับพวกทำการปล้นทรัพย์ เมื่อปล้นทรัพย์แล้วระหว่างที่พาเอาทรัพย์หนีไปและเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นจากการจับกุมและปกปิดการกระทำผิดของพวกตน พวกของจำเลยคนใดคนหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏจากข้อเท็จจริงแน่ชัดว่าเป็นคนใด ได้ยิงสิบเอกอภิรัตน์พวกผู้เสียหายถึงตาย เป็นเรื่องสมคบกันมาปล้นทรัพย์แล้วมีการตายเกิดขึ้น เมื่อโจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นคนยิงพวกเจ้าทรัพย์ตาย หรือจำเลยที่ ๑ ได้สมคบกับคนร้ายในการปล้นรายนี้ฆ่าพวกของเจ้าทรัพย์หลังจากทำการปล้นทรัพย์แล้วและระหว่างที่พวกเอาทรัพย์หนีไป ความผิดของจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๗) พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ ๑ และโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1701/2512 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเจริญหรือจ๊ะ ยิ้มละมัย ที่ 1 นายเต็ง พูลสุข ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเจริญหรือจ๊ะ ยิ้มละมัย ที่ 1 นายเต็ง พูลสุข ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แสวง ลัดพลี · ทองคำ จารุเหติ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสุนทร ศิลปไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2628/2538ฎีกา 9844/2555ฎีกา 2848/2527ฎีกา 959/2531ฎีกา 958/2518ฎีกา 3620/2538ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2018/2526ฎีกา 6083/2546ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1161/2508ฎีกา 95/2532ฎีกา 1672/2569ฎีกา 1908/2528ฎีกา 619/2513ฎีกา 1906/2520ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 2217/2556ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1637/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา