คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2628/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์กับพวกมาตั้งแต่ต้นจนเหตุการณ์สิ้นสุดลง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขับรถจักรยานยนต์โดยมี ห.และ พ.นั่งซ้อนท้ายแล่นแซงหน้ารถยนต์ของผู้เสียหายจนผู้เสียหายหยุดรถ เมื่อผู้เสียหายลงจากรถก็ถูกจำเลยชกที่ใบหน้า 1 ครั้ง และต่อมาถูกรุมทำร้ายถึงหมดสติ ห.ขับรถยนต์ของผู้เสียหายออกไป จำเลยขับรถจักรยานยนต์แล่นตามไป ครั้นรถยนต์ของผู้เสียหายยางล้อหลังด้านซ้ายแตกไม่อาจแล่นต่อไปได้ จำเลยก็หยุดรถจักรยานยนต์รับ ห.ไปด้วย เมื่อพ.ลงจากรถจักรยานยนต์ก็บอกจำเลยว่าได้กระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหายมาด้วยการที่ ห.ขับรถยนต์ของผู้เสียหายไปนั้น จำเลยรู้เห็นด้วยจึงได้ขับรถจักรยานยนต์ติดตามไป และเมื่อรถยนต์ของผู้เสียหายเกิดยางแตกแล่นต่อไปไม่ได้ จำเลยก็จอดรถจักรยานยนต์รับ ห.ไปด้วยแล้วพากันหลบหนีไป พฤติการณ์เช่นนี้เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกระทำความผิดกับพวกมาตั้งแต่ต้นจนเหตุการณ์สิ้นสุดลง ถือได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับ ห.และ ส.กระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม · จำเลย - นายวิโรจน์หรือชาติ ถนอมแหยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำลอง สุขศิริ · สุนพ กีรติยุติ · สมบัติ เดียวอิศเรศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายยงยุทธ แสงรุ่งเรือง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายวิศณุ เลื่อมสำราญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา