⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1719/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้จัดการมรดกร่วมกันฝ่ายหนึ่งร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดว่าทรัพย์ใดเป็นทรัพย์มรดก และผู้จัดการมรดกร่วมกันอีกฝ่ายหนึ่งโต้แย้งว่าทรัพย์นั้นเป็นของตนเอง การโต้แย้งดังกล่าวถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกที่ร้องขอจึงชอบที่จะฟ้องร้องต่อศาลเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งสิทธินั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันโดยศาลตั้ง.ผู้ร้องร้องต่อศาลขอให้ศาลชี้ขาดว่าทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเป็นทรัพย์มรดก. ผู้คัดค้านค้านว่าเป็นทรัพย์ของ ส. บิดาของตน ดังนี้ การโต้แย้งของผู้คัดค้านเป็นการโต้แย้งในฐานะเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของ ส. จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่มีข้อโต้แย้งกันโดยเฉพาะระหว่างผู้จัดการมรดกร่วมกัน ผู้ร้องจะขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดในคดีขอตั้งผู้จัดการว่าทรัพย์สิ่งใดเป็นทรัพย์ของกองมรดกไม่ได้ เมื่อผู้คัดค้านโต้แย้งสิทธิของกองมรดก ผู้ร้องก็ชอบที่จะฟ้องร้องได้ตามสิทธิของผู้ร้อง (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 24/2512)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1726

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นตั้งนางสงวนผู้ร้องและนางสาววัลลีย์ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกของนางท้อร่วมกัน ต่อมาผู้ร้องร้องต่อศาลขอให้ศาลชี้ขาดว่าที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกอันดับ ๑ เป็นทรัพย์มรดกของนางท้อ โดยที่นางสาววัลลีย์ผู้จัดการร่วมกันค้านว่าเป็นทรัพย์ของนายสง่าบิดาของตน ศาลชั้นต้นสั่งให้ไปว่ากล่าวเป็นอีกคดีหนึ่ง และให้ผู้ร้องมีอำนาจยื่นฟ้องภายใน ๑ เดือน ผู้ร้องร้องขอให้ศาลชั้นต้นอธิบายคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่านางสาววัลลีย์ผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่งไม่สามารถหรือไม่เต็มใจจะจัดการเกี่ยวกับมรดก จะสั่งให้ทายาทของนายสง่าซึ่งเป็นบุคคลนอกคดีเป็นผู้ฟ้องไม่ได้ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีไม่เข้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชมาตรา ๑๗๒๖ พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เป็นเรื่องที่มีการโต้แย้งว่าทรัพย์ตามบัญชีท้ายคำร้องอันดับ ๑ เป็นทรัพย์มรดก หรือเป็นของนายสง่าซึ่งตกทอดมายังนางสาววัลลีย์ การโต้แย้งของนางสาววัลลีย์หาใช่เป็นการโต้แย้งเฉพาะในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมไม่ หากเป็นการโต้แย้งในฐานะเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกจากนายสง่า จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่มีข้อโต้แย้งกันโดยเฉพาะระหว่างผู้จัดการมรดกร่วมตามคำร้องของผู้ร้อง หาใช่ผู้ร้องมีความประสงค์เพียงจะให้ใส่ที่ดินที่มีข้อโต้แย้งกันลงในบัญชีทรัพย์มรดกเท่านั้นไม่ หากผู้ร้องได้ขอให้ศาลชี้ขาดว่าที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่ซึ่งในการที่จะชี้ขาดได้ตามคำร้องของผู้ร้อง ศาลก็ต้องทำการไต่สวนฟังพยานหลักฐานของผู้ร้องและผู้คัดค้าน แล้วจึงจะวินิจฉัยชี้ขาดไปในทางหนึ่งทางใดได้ ซึ่งศาลจำต้องชี้ขาดเรื่องกรรมสิทธิ์และกรณีดังกล่าวก็จะเป็นการชี้ขาดกรรมสิทธิ์ในที่ดินระหว่างกองมรดกของนางท้อหรือซุนท้อ กินโอธาน กับนางสาววัลลีย์ ในฐานะผู้รับมรดกของนายสง่ากิจโอธาน ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจึงมีมติว่า ผู้ร้องจะขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดในคดีขอตั้งผู้จัดการมรดกว่าทรัพย์สิ่งใดเป็นทรัพย์ของกองมรดกไม่ได้ ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องของผู้ร้องจึงชอบแล้ว หากผู้ร้องมีความประสงค์จะยื่นฟ้องนางสาววัลลีย์ กิจโอธาน โต้แย้งสิทธิของกองมรดก ผู้ร้องก็ชอบที่จะฟ้องร้องได้ตามสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้อง และในกรณีนี้ ศาลชั้นต้นก็ได้กล่าวรับรองสิทธิของผู้ร้องไว้แล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2512 นางสงวน เพ็ญจันทร์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางสงวน เพ็ญจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · ยง เหลืองรังษี · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสอน ไชยสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส ศรีวรรธนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1727/2551ฎีกา 5080/2542ฎีกา 5843/2538ฎีกา 5640/2540ฎีกา 9331/2542ฎีกา 2585/2525ฎีกา 851/2551ฎีกา 4092/2543ฎีกา 6057/2541ฎีกา 1672/2511ฎีกา 419/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 995/2497ฎีกา 4931/2541ฎีกา 1470/2510ฎีกา 626/2485ฎีกา 5524/2533ฎีกา 8216/2540ฎีกา 1816/2547ฎีกา 4503/2565ฎีกา 5516/2536ฎีกา 109/2506ฎีกา 551/2542ฎีกา 8407/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา