⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 851/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคดีมีข้อพิพาทและคู่ความฝ่ายหนึ่งมิใช่อิสลามศาสนิก จะไม่นำกฎหมายอิสลามมาใช้บังคับ แม้คดีจะเกิดขึ้นในเขตจังหวัดสตูลและผู้ร้องเป็นอิสลามศาสนิกก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้คดีจะเกิดขึ้นในเขตจังหวัดสตูลและผู้ร้องซึ่งเป็นอิสลามศาสนิกเริ่มต้นคดีอย่างไม่มีข้อพิพาท โดยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของ ท. ผู้ตายซึ่งเป็นอิสลามศาสนิกก็ตาม แต่เมื่อมีการคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 1 ก็มีผลให้คดีกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 (4) โดยผู้ร้องและผู้คัดค้านมีฐานะเป็นคู่ความ เมื่อปรากฏว่าผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งมีฐานะเสมือนจำเลยมิใช่อิสลามศาสนิก จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 3 ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูลฯ ถือไม่ได้ว่าเป็นคดีแพ่งเกี่ยวด้วยเรื่องครอบครัวและมรดกของอิสลามศาสนิกในเขตจังหวัดสตูล ต้องใช้บทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 6 บังคับแก่คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอว่า ผู้ร้องและนายทวีผู้ตายเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดสตูล จึงต้องใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายกับนางมาเนียะบิดาและมารดาของผู้ร้องได้ประกอบพิธีสมรส (นิกะห์) ถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามเมื่อปี 2492 มีบุตรด้วยกันรวม 7 คน นอกจากนี้ผู้ตายได้ประกอบพิธีสมรส (นิกะห์) ตามหลักกฎหมายอิสลามกับนางสะเดียะซึ่งเป็นภริยาอีกคนหนึ่ง มีบุตรด้วยกัน 5 คน รวมผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ด้วย ผู้ตายเป็นบุตรของนายหมาดเร๊ะกับนางฉาวซึ่งทั้งสองได้ถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว ส่วนนางมาเนียะมารดาของผู้ร้องก็ได้ถึงแก่ความตายไปก่อนผู้ตายเช่นกัน เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2548 ผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยโรคเลือดออกในทางเดินอาหาร ก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ยกทรัพย์มรดกให้แก่นางสะเดียะ และนางมาเนียะซึ่งบุคคลทั้งสองเป็นภริยาของผู้ตาย จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิในมรดกภาคฟัรดู ไม่มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรม เป็นการต้องห้ามตามบทบัญญัติกฎหมายอิสลามข้อกำหนดดังกล่าวจึงเป็นอันไร้ผล นอกจากนี้ในพินัยกรรมมีข้อกำหนดระบุให้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก แต่เนื่องจากก่อนวันทำพินัยกรรมฉบับดังกล่าวผู้คัดค้านที่ 1 ได้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาพุทธจนถึงปัจจุบัน จึงไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก และขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามหลักกฎหมายอิสลาม ดังนั้น ผู้ร้องจึงมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมแต่เพียงผู้เดียว ผู้ตายมีทรัพย์มรดกคือที่ดินตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมและทรัพย์สินอื่น ๆ เนื่องจากการจัดการทรัพย์มรดกมีเหตุขัดข้อง โดยต้องตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อนขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านทำนองเดียวกันว่า ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายกับนายสะเดียะเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2422 ผู้คัดค้านที่ 1 จดทะเบียนสมรสกับนายไมตรีซึ่งนับถือศาสนาพุทธ ผู้คัดค้านที่ 1 จึงได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธด้วย และได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุล ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ยกทรัพย์มรดกให้แก่นางสะเดียะและนางมาเนียะ แต่นางมาเนียะถึงแก่ความตายไปก่อนผู้ตาย ทำให้ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของนางมาเนียะตามข้อกำหนดในพินัยกรรมย่อมตกไปเป็นของทายาทโดยธรรม และผู้ตายได้กำหนดให้ผู้คัดค้านที่ 1 และผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิจัดการมรดกโดยพินัยกรรม คดีนี้ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นคู่ความที่นับถือศาสนาพุทธ จึงต้องใช้บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 จะใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกมิได้ ขอให้ยกคำร้องและตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่เคยรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 เป็นไม่รับคำร้องคัดค้าน เนื่องจากผู้คัดค้านที่ 2 ไม่มีส่วนได้เสียในประเด็นแห่งคดี และให้งดสืบพยานของผู้คัดค้านที่ 1 เนื่องจากคู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น โดยเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่านายทวีผู้ตายและผู้ร้องเป็นอิสลามศาสนิกและมีภูมิลำเนาในเขตจังหวัดสตูล ผู้คัดค้านที่ 1 เคยเป็นอิสลามศาสนิกและเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธก่อนที่นายทวีเจ้ามรดกทำพินัยกรรมแต่งตั้งให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก ต่อมาผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของนายทวีผู้ตาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อกฎหมายว่า คดีนี้ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 หรือไม่ เห็นว่า แม้คดีจะเกิดขึ้นในเขตจังหวัดสตูลและผู้ร้องซึ่งเป็นอิสลามศาสนิกเริ่มต้นคดีอย่างไม่มีข้อพิพาท โดยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของนายทวีผู้ตายซึ่งเป็นอิสลามศาสนิกก็ตาม แต่เมื่อมีการคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 1 ก็มีผลให้คดีกลายเป็นคดีมีข้อพิพาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 (4) โดยผู้ร้องและผู้คัดค้านมีฐานะเป็นคู่ความ เมื่อปรากฏว่าผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งมีฐานะเสมือนจำเลยมิใช่อิสลามศาสนิก จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ถือไม่ได้ว่าเป็นคดีแพ่งเกี่ยวด้วยเรื่องครอบครัวและมรดกของอิสลามศาสนิกในเขตจังหวัดสตูล ต้องใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 บังคับแก่คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2551 นายสมหมาย ปองแท้ ผู้ร้อง นางพรรณี ปองแท้ หรือศิริสุข กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายสมหมาย ปองแท้ · ผู้คัดค้าน - นางพรรณี ปองแท้ หรือศิริสุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูพงศ์ รุจิกัณหะ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1727/2551ฎีกา 5080/2542ฎีกา 5640/2540ฎีกา 9331/2542ฎีกา 2585/2525ฎีกา 4092/2543ฎีกา 1672/2511ฎีกา 419/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3574/2541ฎีกา 995/2497ฎีกา 4931/2541ฎีกา 1470/2510ฎีกา 1442/2536ฎีกา 626/2485ฎีกา 8216/2540ฎีกา 1816/2547ฎีกา 109/2506ฎีกา 8407/2540ฎีกา 7092/2552ฎีกา 1883/2540ฎีกา 8395/2540ฎีกา 1029-1030/2511ฎีกา 1259/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ