คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8647/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลที่มีภูมิลำเนาของเจ้ามรดกในขณะถึงแก่ความตายเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก และหากเจ้ามรดกหลายรายมีทรัพย์สินอันเป็นมรดกร่วมกันและมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลเดียวกัน ศาลนั้นย่อมมีอำนาจพิจารณาคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกเหล่านั้นรวมกันได้
ย่อคำพิพากษา
ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติให้ศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตายเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อ อ. และ ก. เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดมหาสารคามอันเป็นศาลชั้นต้นในขณะที่ถึงแก่ความตายการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของบุคคลทั้งสองไว้เพื่อทำการไต่สวนจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
แม้ผู้ร้องอาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้แต่งตั้งผู้จัดการมรดกของ ป. เป็นอีกคดีหนึ่งได้ที่ศาลจังหวัดหนองคาย อันเป็นศาลที่ ป. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตายก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏจากคำร้องขอว่า เจ้ามรดกทั้งสามราย คือ อ. ก. และ ป. มีทรัพย์สินอันเป็นมรดกร่วมกัน คือ ที่ดิน น.ส. 3. ซึ่งตั้งอยู่จังหวัดมหาสารคามโดยเจ้ามรดก 2 ราย คือ อ. และ ก. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลจังหวัดมหาสารคาม ในขณะที่ถึงแก่ความตายย่อมถือได้ว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกทั้งสามรายดังกล่าวมีมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันพอที่พิจารณารวมกันได้ ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของ ป. ผู้ตายต่อศาลจังหวัดมหาสารคาม โดยอาศัย ป.วิ.พ. มาตรา 5 ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
มูลคดีสืบเนื่องจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุ เจ้ามรดก บุคคลทั้งสามมีสิทธิครอบครองที่ดิน น.ส. ๓. แปลงหนึ่ง ร่วมกับบุตรคนอื่นๆ ของผู้ร้อง ต่อมาบุคคลทั้งสามถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมและไม่ได้แต่งตั้งผู้จัดการมรดก สิทธิครอบครองในที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุ เจ้ามรดกตกได้แก่ผู้ร้องกับทายาทอื่น ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของบุคคลทั้งสาม และยื่นคำร้องว่า นายประเวชหรือประเวทย์ถึงแก่ความตายที่ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดบึงกาฬ แต่ทรัพย์มรดกที่นายประเวชหรือประเวทย์มีสิทธิร่วมกับเจ้ามรดกรายอื่นอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดมหาสารคาม) เพื่อความสะดวกในการพิจารณาจึงขออนุญาตยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์รวมกันมากับคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางอุดมและนายเกตุ
ในชั้นแรกศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุรวมกันมาได้และกำหนดนัดไต่สวนพยานผู้ร้อง แต่เมื่อถึงวันนัดไต่สวนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๔ จัตวา วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้เสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย เมื่อนายประเวชหรือประเวทย์ ช่างยันต์ เจ้ามรดกคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดหนองคาย ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ต่อศาลนี้ได้ ให้เพิกถอนคำสั่งรับคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์และมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำร้องขอรายดังกล่าว ส่วนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกรายอื่นให้รับคำร้องเช่นเดิม คืนค่าขึ้นศาลให้ผู้ร้อง ๒๐๐ บาท
ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เจ้ามรดกอีกคนหนึ่งไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะรับไว้พิจารณา เนื่องจากนายประเวชหรือประเวทย์มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่จังหวัดหนองคายในขณะถึงแก่ความตายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ผู้ร้องอาจใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้แต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เป็นอีกคดีหนึ่งได้ที่ศาลชั้นต้นแห่งอื่น อันเป็นศาลที่นายประเวชหรือประเวทย์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตสาลในขณะถึงแก่ความตายก็ตาม แต่กรณีก็ต้องปรับด้วยมาตรา ๕ แห่ง ป.วิ.พ. ที่บัญญัติว่า "คำฟ้องหรือคำร้องขอซึ่งอาจเสนอต่อศาลได้สองศาลหรือกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะภูมิลำเนาของบุคคลก็ดี เพราะที่ตั้งของทรัพย์สินก็ดี เพราะสถานที่ที่เกิดมูลคดีก็ดี หรือเพราะมีข้อหาหลายข้อก็ดี ถ้ามูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกัน โจทก์หรือผู้ร้องจะเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลใดศาลหนึ่งเช่นว่านั้นได้" เมื่อข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏจากคำร้องขอว่า เจ้ามรดกทั้งสามรายมีทรัพย์สินอันเป็นมรดกร่วมกัน ย่อมถือได้ว่าคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกทั้งสามรายดังกล่าวมีมูลความแห่งคดีเกี่ยวข้องกันพอที่พิจารณารวมกันได้ ผู้ร้องชอบที่จะยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนางอุดม นายประเวชหรือประเวทย์และนายเกตุต่อศาลชั้นต้นได้ โดยอาศัยบทบัญญัติดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์จึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้รับคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประเวชหรือประเวทย์ เจ้ามรดกไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8647/2544
นางใบ ช่างยันต์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางใบ ช่างยันต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กำพล ภู่สุดแสวง · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · สุรชาติ บุญศิริพันธ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายผชาญ วชิรประดิษฐพร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา