⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1511/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1511/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นมรดก ศาลชั้นต้นควรสั่งให้ผู้มีส่วนได้เสียไปดำเนินคดีแพ่งเพื่อพิสูจน์กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก และทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องเป็นของผู้คัดค้าน ดังนี้ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาคดีโดยไต่สวนคำร้องเฉพาะประเด็นที่ว่าผู้ร้องเป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกหรือไม่ ส่วนประเด็นที่ว่าทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องเป็นของผู้คัดค้านหรือไม่ ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านต้องไปดำเนินคดีเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านในประเด็นที่ว่า ทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องเป็นของฝ่ายใดภายใน 1 เดือน เมื่อผู้ร้องไม่ฟ้องคดีภายในกำหนด แต่ได้อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีหาได้ไม่ เพราะการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) หมายถึงการไม่ดำเนินคดีในคดีนั้น ๆ เอง และการฟ้องร้องคดีใด ๆ เป็นสิทธิของบุคคลที่จะกระทำได้ภายในอายุความ ทั้งผู้ร้องก็ยังติดใจดำเนินคดีนี้ไม่ได้ทิ้งฟ้องแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1713

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสองเป็นภริยาและบุตรของพระครูเจริญ ผู้ตาย ผู้ตายมีทรัพย์มรดกตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้อง ขอให้ศาลตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องเป็นของผู้คัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนัดสืบพยานผู้ร้องให้แยกคดีโดยให้ผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านภายในกำหนด ๑ เดือน เฉพาะประเด็นในชั้นชี้สองสถานที่ว่า ทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องหมายเลข ๓ เป็นมรดกของพระครูเจริญหรือของผู้คัดค้าน และให้งดการดำเนินคดีนี้ไว้ชั่วคราวเพื่อรอฟังผลคดีดังกล่าว ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง และไม่ได้ฟ้องผู้คัดค้านภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง อ้างว่าต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ และมีคำสั่งว่าผู้ร้องทั้งสองทิ้งฟ้องให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดี ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานของผู้ร้องทั้งสองและพยานผู้คัดค้านให้เสร็จสิ้นกระแสความแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามรูปคดี ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ผู้ร้องทั้งสองร้องขอจัดการมรดกพระครูเจริญ เมื่อมีผู้คัดค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๘ (๔) ก็ต้องดำเนินคดีไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคดีอันมีข้อพิพาทโดยผู้ร้องทั้งสองมีฐานะเป็นโจทก์ ผู้คัดค้านมีฐานะเป็นจำเลย ในคดีนี้นอกจากผู้คัดค้านได้คัดค้านว่าผู้ร้องทั้งสองไม่ได้เป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกพระครูเจริญแล้ว ยังได้คัดค้านว่าทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องหมายเลข ๓ เป็นทรัพย์สินของผู้คัดค้านอีกด้วย ชอบที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาคดีโดยไต่สวนคำร้องเฉพาะประเด็นในคำร้องขอจัดการมรดกว่า ผู้ร้องเป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของพระครูเจริญหรือไม่เท่านั้น ส่วนประเด็นว่า ทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องหมายเลข ๓ เป็นของผู้คัดค้านหรือไม่นั้น ชอบที่ผู้ร้องหรือผู้คัดค้านจะไปดำเนินคดีเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก แต่การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องดำเนินคดีฟ้องผู้คัดค้านภายใน ๑ เดือน เฉพาะประเด็นที่ว่า ทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้องหมายเลข ๓ เป็นของฝ่ายใด เมื่อผู้ร้องไม่ฟ้องคดีภายในกำหนด แต่ได้อุทธรณ์คำสั่งลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๒๙ เท่านั้น ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีหาได้ไม่ เพราะกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ที่บัญญัติว่า "โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้น....." เพราะการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร กำหนดนั้นหมายถึงการไม่ดำเนินคดีในคดีนั้น ๆ เอง และการฟ้องร้องคดีใด ๆ ก็ตาม เป็นสิทธิของบุคคลที่จะกระทำได้ภายในอายุความ ทั้งผู้ร้องทั้งสองยังติดใจดำนินคดีนี้ไม่ได้ทิ้งฟ้องแต่อย่างใด แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานของผู้ร้องและของผู้คัดค้านทั้งสองประเด็นนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานของผู้ร้องทั้งสองและของผู้คัดค้านเฉพาะประเด็นว่า ผู้ร้องทั้งสองเป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของพระครูเจริญหรือไม่ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1511/2532 นางทองเปลวหรือเปรว ดามาพงศ์ หรืออุทัยฉาย กับพวก ผู้ร้อง วัดทุ่งครุ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางทองเปลวหรือเปรว ดามาพงศ์ หรืออุทัยฉาย กับพวก · ผู้คัดค้าน - วัดทุ่งครุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายปรีชา นาคพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 13107/2556ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8366/2557ฎีกา 4092/2543ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 3474/2538ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา