⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1898/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1898/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สินสมรสและสินส่วนตัวของคู่สมรสเป็นสินบริคณห์ที่เจ้าหนี้สามารถนำมายึดชำระหนี้ได้ 2. การบังคับคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานีฯ จะใช้บังคับได้เฉพาะกับผู้ที่เป็นอิสลามศาสนิกเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

กู้เงินมาลงทุนเพื่อประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว จึงเป็นหนี้ของจำเลยและผู้ร้องซึ่งเป็นสามีภริยากัน สวนพิพาทไม่ว่าจะเป็นสินสมรสหรือสินเดิม จึงเป็นสินบริคณห์ที่โจทก์นำยึดใช้หนี้ได้ทั้งสิ้น โจทก์มิใช้อิสลามศาสนิก จะบังคับคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี ฯลฯ พ.ศ. 2489 มาตรา 3 มิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยยอมความใช้เงินตามสัญญากู้ให้โจทก์ จำเลยไม่ใช้ โจทก์นำยึดสวนยาง ๑ แปลง ผู้ร้องร้องว่าไม่ใช่ของจำเลย แต่เป็นของผู้ร้อง ฯลฯ ขอให้สั่งปล่อยที่พิพาท โจทก์ให้การว่า ที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง หนี้ระหว่างผู้ร้องจำเลยเป็นสามีภริยากันผูกพันสินบริคณห์ ฯลฯ ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยต้องใช้เงินลงทุนในการเข้าหุ้นกับสามีโจทก์ซื้อรถยนต์มาใช้รับจ้าง การที่จำเลยออกทำงานขับรถยนต์คันนี้ด้วย แสดงว่าการขับรถยนต์รับจ้างของจำเลยเป็นอาชีพหลักของครอบครัว ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะต้องนำผลประโยชน์รายได้มาใช้จ่ายในครอบครัวร่วมกับผู้ร้อง เป็นการกู้เงินมาลงทุนเพื่อประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว หนี้รายนี้จึงเป็นหนี้ร่วมของจำเลยและผู้ร้องซึ่งเป็นสามีภริยากันและอยู่กินร่วมกันตลอดมา เมื่อหนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วม ผู้ร้องจึงต้องร่วมกับจำเลยรับผิดต่อโจทก์ สวนพิพาทมีชื่อผู้ร้องเป็นผู้ซื้อเมื่อปี ๒๔๙๖ ไม่ว่าจะเป็นสินสมรสหรือเป็นสินเดิมของผู้ร้องเป็นสินบริคณห์ที่โจทก์นำยึดใช้หนี้รายนี้ได้ทั้งสิ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าสวนพิพาทจะเป็นสินเดิมของผู้ร้องดังอ้างหรือไม่ นอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มิใช่อิสลามศาสนิก จึงต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้ผู้ร้องจะได้หย่าขาดจากจำเลยแล้วหรือไม่ก็ตาม หนี้สินเกิดขึ้นระหว่างผู้ร้องอยู่กินเป็นสามีภริยากับจำเลย ผู้ร้องจึงขอให้ปล่อยการยึดสวนพิพาทไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1898/2512 นางมณฑา ลีระพันธ์ โจทก์ นายต่วนเต็ง ต่วนสุหลง จำเลย นางแวสะปิเยาะ แวอาแซ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมณฑา ลีระพันธ์ · จำเลย - นายต่วนเต็ง ต่วนสุหลง · ผู้ร้อง - นางแวสะปิเยาะ แวอาแซ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสลา หัมพานนท์ · ศริ มลิลา · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายทวี น้อมไสว · ศาลอุทธรณ์ - นายวิกรม เมาลานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 635/2511ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา