คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1900/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต้องกระทำภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้ หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวไปแล้ว ศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควรที่ทำให้ล่าช้า
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นประกาศคำบังคับโดยทางหนังสือเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2511 โดยกำหนดให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 ตุลาคม 2511 คำบังคับมีผลใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2511 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรค 2 ให้บังผลใช้ได้ต่อเมื่อกำหนดเวลา 15 วันล่วงพ้นไปแล้ว แต่คำขอให้พิจารณาใหม่ต้องยื่นภายใน 15 วันนับจากวันที่ส่งบังคับ ฉะนั้น เมื่อนับจากวันที่ 13 ตุลาคม 2511 ก็ครบกำหนดในวันที่ 27 ตุลาคม 2511 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ จำเลยจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งใหม่ได้ภายในวันที่ 28 ตุลาคม 2511 แต่จำเลยยื่นคำร้องวันที่ 30ตุลาคม 2511
จำเลยทราบประกาศคำบังคับวันที่ 24 ตุลาคม 2511 สามารถยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ในวันที่ 25 ถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2511 ซึ่งอยู่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติ จำเลยเคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 25 ตุลาคม 2511 แต่คำร้องฉบับนั้นถูกศาลสั่งยกไปแล้ว จำเลยยืนคำร้องฉบับลงวันที่ 30 ตุลาคม 2511 พ้นระยะเวลาที่จะยื่นได้โดยไม่ได้แสดงเหตุแห่งการล่าช้า ศาลจึงไม่อาจรับไว้พิจารณา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยที่ ๑ ผู้กู้ และจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลแพ่งสืบพยานไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงิน ส่งคำบังคับให้จำเลยทั้งสองทราบโดยทางหนังสือพิมพ์ ให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับภายในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๑๑ หนังสือพิมพ์ลงประกาศคำบังคับตั้งแต่วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๑ มีกำหนด ๗ วัน
วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๑๑ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาและให้พิจารณาใหม่ ศาลแพ่งสั่งว่าคำร้องมิได้มีข้อคัดค้านคำตัดสิน ให้ยกคำร้อง วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๑๑ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้สั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาโดยขอให้พิจารณาใหม่ ศาลแพ่งให้ยกคำร้องอ้างว่าล่วงเลยเวลาที่จะยื่นได้แล้ว
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นได้ประกาศเรื่องคำบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๑ โดยกำหนดบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๑๑ นับจากวันลงประกาศมีผลใช้ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๑ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๙ วรรค ๒ ให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อกำหนดเวลา สิบห้า วันล่วงพ้นไปแล้ว และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ คำขอให้พิจารณาใหม่ต้องยื่นภายใน ๑๕ วันนับจากวันที่ส่งคำบังคับ ฉะนั้น เมื่อนับจากวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๑ ก็ครบกำหนดในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๑ ปรากฏว่าวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๑ ตรงกับวันอาทิตย์เป็นวันหยุดราชการ จำเลยจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งใหม่ได้ภายในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๑ เป็นวันสุดท้าย ฉะนั้น เมื่อจำเลยมายื่นคำร้องวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๑๑ จึงล่วงเลยพ้นกำหนดระยะเวลาที่จะยื่นได้ และเห็นว่า กรณีนี้จำเลยทราบประกาศในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๑ จำเลยสามารถยื่นคำร้องได้ในวันที่ ๒๕ ถึงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๑๑ ซึ่งอยู่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติ จำเลยเคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๑๑ แต่คำร้องฉบับนั้นถูกศาลสั่งยกไปแล้ว จำเลยยื่นคำร้องฉบับนี้เมื่อพ้นระยะเวลาที่ตนสามารถจะยื่นได้โดยไม่ได้แสดงเหตุแห่งการล่าช้า จึงไม่อาจรับไว้พิจารณาได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1900/2512
บริษัทรวมรถยนต์ประกันภัย โจทก์
นายสอิ้ง มารังกูล ที่ 1 นายแสวง รอดสมบุญ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทรวมรถยนต์ประกันภัย · จำเลย - นายสอิ้ง มารังกูล ที่ 1 นายแสวง รอดสมบุญ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจิต ไชยาคำ · โกวิท ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประดิษฐ์ ทิมมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา