⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 191/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีโดยอ้างมูลหนี้จากสัญญาซื้อขายที่ดิน แม้จะมีการกล่าวถึงเช็คที่นำไปขึ้นเงินไม่ได้ ก็เป็นการแสดงพฤติการณ์ที่ยังไม่ได้รับชำระหนี้เท่านั้น มิใช่การฟ้องเรียกเงินตามเช็ค.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ซื้อที่ดินโฉนดที่ 14664ของโจทก์ราคา 113,000 บาท จำเลยชำระค่าที่ดินให้โจทก์โดยเช็คสองฉบับ ฉบับหนึ่งเงิน 13,000 บาท อีกฉบับหนึ่งเงิน 100,000 บาท จำเลยได้รับโอนที่ดินจากโจทก์ไปเรียบร้อยในวันซื้อขาย เช็คฉบับเงิน 100,000 บาท โจทก์นำไปขึ้นเงินไม่ได้ คงขึ้นเงินได้แต่เฉพาะเช็คฉบับเงิน 13,000 บาท จำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ 100,000บาท โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระเงิน 100,000 บาท หลายครั้ง จำเลยก็ไม่ชำระ โจทก์จึงฟ้อง ตามคำฟ้องดังกล่าวแสดงว่า ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกร้องโดยอาศัยสิทธิอันมีมูลหนี้มาจากสัญญาซื้อขายที่ดิน ซึ่งจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ การที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงเรื่องเช็คมาด้วย ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระราคาที่ดินจากจำเลยเท่านั้น มิใช่ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค ฎีกาที่กล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว ทั้งมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ซื้อที่ดินของโจทก์โฉนดที่ ๑๔๖๖๔ ราคา๑๑๓,๐๐๐ บาท และชำระราคาโดยเช็คธนาคารกรุงเทพ ๒ ฉบับ ฉบับแรกจำนวนเงิน ๑๓,๐๐๐ บาท ฉบับที่สองจำนวนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้รับโอนที่ดินไปจากโจทก์แล้วแต่วันซื้อขาย เช็คฉบับแรกโจทก์ขึ้นเงินจากธนาคารได้ ส่วนฉบับหลังขึ้นเงินไม่ได้ เพราะเงินในบัญชีจำเลยไม่พอจ่าย โจทก์ได้ร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางอาญาฐานผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำเลย โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หลายครั้งจำเลยไม่ชำระ ต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์นับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๕๖,๓๒๐ บาท จำเลยได้หลบหนีไปจากเคหสถานที่เคยอยู่โอนยักย้ายทรัพย์ และมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้โจทก์ได้ หนี้โจทก์เป็นหนี้แน่นอน ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยโอนทรัพย์ไปโดยเจตนาลวง จำเลยไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว คู่ความแถลงรับกันว่า เช็คฉบับที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาตามสำนวนคดีแดงที่ ๖๑๗/๒๕๐๓ ในคดีนั้น ศาลอาญาฟังว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระค่าที่ดินแล้วขึ้นเงินไม่ได้จริงพิพากษาจำคุกจำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว และโจทก์มิได้ฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินจากจำเลยเลยจนบัดนี้ จำเลยยอมรับว่า ไม่มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ได้ และโจทก์เคยทวงถามจำเลยขณะมีการดำเนินคดีอาญาแล้วคู่ความไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อแรกว่า โจทก์อาศัยมูลหนี้เรื่องเช็คฟ้องจำเลยจึงต้องใช้อายุความ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๐๐๒ คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ เห็นได้ชัดว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกร้องโดยอาศัยสิทธิอันมีมูลหนี้มาจากสัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท การที่โจทก์บรรยายถึงเรื่องเช็คเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท มาด้วย ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระราคาที่ดินจากจำเลยเท่านั้นตามฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏข้อความใด อันจะแปลความหมายไปได้เลยว่า โจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็คแต่ประการใดเลย จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่นำหลักฐานการเป็นเจ้าหนี้ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด จึงเป็นการแสดงว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานอันใดจะไปขอรับชำระหนี้จากจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นอ้าง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว ทั้งมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2512 นางสง่า เด็ดดวง โจทก์ นางอุษา ศิริเวชภัณฑ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสง่า เด็ดดวง · จำเลย - นางอุษา ศิริเวชภัณฑ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ปันโน สุขทรรศนีย์ · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแผ้ว ศิวะบวร · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 272/2490ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา