⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 239/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2512

ป.อาญา ม.83, 335, 357

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับทรัพย์สินที่รู้ว่าเป็นของที่ได้มาจากการกระทำความผิด ถือเป็นความผิดฐานรับของโจร

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเป็นผู้นำเอารถจักรยานของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปฝากบุคคลอื่นไว้ให้ช่วยขายให้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดนั้น จำเลยย่อมมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.357 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาจลักหรือรับเอารถจักรยาน๒ ล้อ ๒ คัน ราคา ๒,๔๐๐ บาทของนายจรัส กลมประโคน ไว้โดยทุจริตขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓และนับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากคดีแดงที่ ๑๗๑๘/๒๕๐๙ ของศาลชั้นต้นด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนดคนละ ๒ ปีนับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากคดีแดงที่ ๑๗๑๘/๒๕๐๙ ของศาลชั้นต้นส่วนข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยกเสีย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้แม้โจทก์จะมีพยานแต่เพียงผู้เดียวที่รู้เห็นว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนนำเอารถจักรยานของผู้เสียหายไปฝากนายบัวไว้ให้ช่วยขายให้ แต่คำเบิกความของนายบัวผู้นี้ก็น่าเชื่อถือ เพราะมีคำเบิกความของนายอุทิศ กำนันมาสนับสนุนว่าที่นายอุทิศจะได้รถจักรยานทั้ง ๒ คันของผู้เสียหายคืนมา ก็เพราะนายบัวนั้นเองเป็นผู้บอกให้ อันแสดงถึงความบริสุทธิ์ของนายบัว มิใช่เป็นเรื่องที่นายบัวจวนตัว เพราะเขาจับของกลางได้ที่เรือนตนแล้วจึงซัดปัดความผิดไปให้ผู้อื่นนอกจากนั้นแล้วยังได้ความว่านายบัวนี้ผู้นี้เป็นผู้ที่รู้จักมักคุ้นกับจำเลยทั้งสอง และชอบพอกันดีอยู่ จึงไม่น่าเชื่อว่านายบัวจะแกล้งเบิกความเพื่อปรักปรำจำเลย ศาลฎีกาจึงเชื่อว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้นำเอารถจักรยานของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปฝากนายบัวไว้ให้ช่วยขายให้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิด จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจรตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2512 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นายเสมอ มานะประโคน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายเสมอ มานะประโคน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม เภกะสุต · สวิง ลัดพลี · ชลอ บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายกีรติ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ - นายชุ่ม สุนทรชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16867/2557ฎีกา 2766/2546ฎีกา 3800/2564ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2936/2543ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1/2567ฎีกา 1141/2506ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา