⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 312/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลออกคำสั่งห้ามจำเลยถอนเงินจากหน่วยงานที่ถือเงินแทนวัด ไม่ถือเป็นการอายัดสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เมื่อไม่มีการอายัด จึงไม่สามารถบังคับตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอายัดได้.

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลชั้นต้นออกคำสั่งห้ามจำเลยถอนเงินจากกรมการศาสนา ในฐานะที่กรมการศาสนาเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ของวัดจันทรสโมสรผู้ร้อง จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และมีหมายแจ้งคำสั่งที่ห้ามจำเลยไปให้กรมการศาสนาทราบนั้น มิใช่วิธีการอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยต่อกรมการศาสนาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 จึงต้องถือว่าไม่มีการอายัดสิทธิเรียกร้อง เมื่อไม่มีการอายัดก็จะนำมาตรา 312 วรรคสอง มาใช้บังคับไม่ได้ เงินที่จำเลยจ่ายให้กรมการศาสนาเป็นเงินบำรุงวัดจันทรสโมสรผู้ร้อง กรมการศาสนาได้นำฝากเข้าบัญชีวัดจันทรสโมสรแล้ว จึงเป็นทรัพย์สินของวัดจันทรสโมสรไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลย โจทก์ขอให้ยึดเงินจำนวนนี้มิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.283 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.311 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.312

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลคดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินที่จำเลยรับไปพร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายให้โจทก์ และได้ออกคำบังคับระหว่างยังไม่ครบกำหนดตามคำบังคับโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสองพยายามจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยทั้งหมดเพื่อให้พ้นจากการถูกยึดหรืออายัด ขอให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ไว้ก่อนขอให้ศาลสั่งอายัดเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทที่กรมการศาสนาต้องส่งมอบแก่จำเลย ฯลฯ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามจำเลยถอนเงินจากกรมการศาสนาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ต่อมาศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีให้จัดการยึดเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งกรมการศาสนาจะต้องส่งมอบแก่จำเลย ฯลฯ เมื่อคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาไม่บังคับให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหาย ๗๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องว่ากรมการศาสนาได้รับหมายอายัดของศาลแล้วมิได้คัดค้านถือว่ากรมการศาสนาเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทจากกรมการศาสนา แต่เจ้าพนักงานยังมิได้เรียกเก็บ จึงขอให้มีคำสั่งยึดเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยถือว่ากรมการศาสนาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ ต่อมาศาลได้ออกหมายบังคับคดี ศาลได้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินจำนวนดังกล่าว กรมการศาสนายื่นคำร้องว่า เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทที่เจ้าพนักงานกองหมายให้ผู้ร้องส่งไปยังกองหมายโดยอ้างว่าเป็นเงินที่ศาลชั้นต้นสั่งอายัดกรมการศาสนาผู้ร้องโดยห้ามมิให้จ่ายให้จำเลยนั้น เป็นเงินของวัดจันทรสโมสรและกรมการศาสนาเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาเป็นเงิน ๙๔,๙๔๔.๓๒ บาท กรมการศาสนาถือเงินจำนวนนี้เป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาอีกโสดหนึ่งจึงขอให้ปล่อยเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทศาลชั้นต้นเห็นว่าชอบที่จะร้องขัดทรัพย์หรือร้องขอเฉลี่ยให้ยกคำร้อง ต่อมากรมการศาสนายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ วัดจันทรสโมสรยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า จำเลยเช่าที่ธรณีสงฆ์ของวัดโดยจำเลยสัญญาว่าจะให้เงินบำรุงวัด ๓๐๐,๐๐๐ บาท ขอจ่ายเป็นงวด ๆ จำเลยจ่ายเงินบำรุงวัด ๒ งวดเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทกรมการศาสนาได้รับเงินนี้ไว้แทนวัด ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด คืนเงินแก่วัดจันทรสโมสรผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาเรื่องกรมการศาสนาขอเฉลี่ยทรัพย์กับเรื่องวัดจันทรสโมสรร้องขัดทรัพย์ไปด้วยกัน ศาลชั้นต้นสั่งให้ปล่อยเงินรายนี้ และเมื่อต้องปล่อยทรัพย์แล้วการขอเฉลี่ยในเงินก็ย่อมตกไปด้วย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ของวัดจันทรสโมสรผู้ร้องซึ่งกรมการศาสนาทำกับจำเลยนั้นกรมการศาสนาได้ทำขึ้นในฐานะที่กรมการศาสนาเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ของวัดจันทรสโมสรผู้ร้องอันถือได้ว่ากรมการศาสนาเป็นตัวแทนของวัดจันทรสโมสรผู้ร้องก็ตาม แต่วิธีการที่ศาลชั้นต้นออกคำสั่งห้ามจำเลยถอนเงินจากกรมการศาสนาจนกว่าคดีจะถึงที่สุดและมีหมายแจ้งคำสั่งที่ห้ามจำเลยไปให้กรมการศาสนาทราบนั้นมิใช่วิธีการอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยต่อกรมการศาสนาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๑ จึงต้องถือว่าไม่มีการอายัดสิทธิเรียกร้องต่อกรมการศาสนาซึ่งเป็นตัวแทนของวัดจันทรสโมสรผู้ร้องแต่อย่างใด เมื่อไม่มีการอายัดก็จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๒ วรรค ๒ มาใช้บังคับแก่คดีนี้ดังฎีกาโจทก์ไม่ได้ ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทที่โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดมาจากกรมการศาสนานั้น ก็ได้ความว่าเป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้กรมการศาสนาเป็นเงินบำรุงวัดจันทรสโมสรผู้ร้อง และกรมการศาสนาได้นำฝากเข้าบัญชีวัดจันทรสโมสรผู้ร้องแล้วเงินจำนวนนี้จึงเป็นทรัพย์สินของวัดจันทรสโมสรผู้ร้อง ไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของจำเลย โจทก์ขอให้ยึดเงินจำนวนนี้มิได้ ศาลต้องสั่งให้ปล่อยเงินที่ยึดนี้เสีย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2512 นายศุภชัย อัมพุช โจทก์ นายสง่า มหามิตร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย วัดจันทรสโมสร โดยพลโทแส น้อยเสรฐ ผู้รับมอบอำนาจ และกรมการศาสนา

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศุภชัย อัมพุช · จำเลย - นายสง่า มหามิตร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · และกรมการศาสนา - วัดจันทรสโมสร โดยพลโทแส น้อยเสรฐ ผู้รับมอบอำนาจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · ชิต บุณยประภัศร · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายพร สมบัติศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1773/2536ฎีกา 621/2514ฎีกา 4306/2528ฎีกา 959/2537ฎีกา 1590/2503ฎีกา 1606/2500ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 3149/2532ฎีกา 533/2511ฎีกา 1413/2508ฎีกา 3729/2552ฎีกา 2555/2523ฎีกา 1565/2530ฎีกา 775-776/2507ฎีกา 3283/2549ฎีกา 12335/2557ฎีกา 6613/2559ฎีกา 193/2510ฎีกา 2094-2095/2526ฎีกา 2202/2554ฎีกา 5478/2534ฎีกา 1282/2482ฎีกา 764/2551ฎีกา 6083/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา