⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3841/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3841/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิในการบังคับคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจึงยกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นก็ตาม เจ้าหนี้ของหุ้นส่วนเฉพาะตัวจะบังคับคดีเอาแก่ห้างหุ้นส่วนได้เพียงเท่าที่ห้างหุ้นส่วนค้างชำระแก่หุ้นส่วนนั้นเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

สิทธิในการบังคับคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องจะมิได้ยกปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า ผู้ร้องเป็นห้างหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนยังไม่ได้เลิกโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะตัว มีสิทธิบังคับคดีได้เฉพาะผลกำไรหรือเงินซึ่งห้างหุ้นส่วนค้างชำระแก่จำเลยเท่านั้นขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นก็ตาม ก็ย่อมยกขึ้นอ้างในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าห้างหุ้นส่วนผู้ร้อง เป็นหุ้นส่วนจดทะเบียนยังมิได้เลิกกัน โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะตัวจึงใช้สิทธิได้เพียงกำไรหรือเงินซึ่งห้างหุ้นส่วนผู้ร้องค้างชำระแก่จำเลยเท่านั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1072

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1072

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินจำนวนหนึ่งให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๔ รวม ๑๙ รายการ ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด อ้างว่าเป็นของผู้ร้องทั้งสอง โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยที่ ๔ หรือจำเลยที่ ๔ เป็นเจ้าของรวม ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ทรัพย์รายการที่ ๑ ถึง ๑๒ เป็นของผู้ร้องที่ ๑และจำเลยที่ ๔ คนละครึ่ง ผู้ร้องที่ ๑ ไม่มีสิทธิขอให้ปล่อย ทรัพย์รายการที่ ๑๓ ถึง ๑๙ เป็นของผู้ร้องที่ ๒ มีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์รายการที่ ๑๓ ถึง ๑๙ คำขอนอกนั้นให้ยก ผู้ร้องที่ ๑ อุทธรณ์ว่า ผู้ร้องที่ ๑ เป็นหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนยังมิได้เลิกกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๒ ให้สิทธิโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๔ ผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะตัวใช้สิทธิได้แต่เพียงในผลกำไรหรือเงินซึ่งห้างหุ้นส่วนผู้ร้องที่ ๑ ต้องชำระแก่จำเลยที่ ๔ เท่านั้น ทรัพย์รายการที่ ๑ ถึง ๑๒ เป็นของห้างหุ้นส่วนผู้ร้องที่ ๑ ซึ่งมิใช่ผลกำไร หรือเงินซึ่งห้างหุ้นส่วนผู้ร้องที่ ๑ ค้างชำระแก่จำเลยที่ ๔ โจทก์ไม่มีสิทธิยึดเอามาชำระหนี้ส่วนตัวของจำเลยที่ ๔ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๒ ที่ผู้ร้องที่ ๑ ยกขึ้นอ้างนั้น ผู้ร้องที่ ๑ไม่ได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นและไม่ใช่ข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้องที่ ๑ ผู้ร้องที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๔ ผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะตัว จะยึดทรัพย์รายการที่ ๑ - ๑๒ ของห้างหุ้นส่วนผู้ร้องที่ ๑ ได้หรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนี้ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมา ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์สินตามบัญชีรายการที่ ๑ ถึงที่ ๑๒ เชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์ของผู้ร้องที่ ๑ จริง แต่ห้างผู้ร้องที่ ๑ มีจำเลยที่ ๔ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและจำเลยที่ ๔ เป็นผู้ลงหุ้นร่วมกับผู้ร้องที่ ๒ คนละครึ่ง จำเลยที่ ๔ จึงมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ในทรัพย์สินต่าง ๆ ของห้างผู้ร้องที่ ๑ ด้วยกึ่งหนึ่งศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สิทธิในการบังคับคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องที่ ๑ จะมิได้ยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นก็ย่อมยกขึ้นอ้างในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้ออุทธรณ์ของผู้ร้องที่ ๑ ที่ว่าผู้ร้องที่ ๑ เป็นหุ้นส่วนซึ่งจดทะเบียนยังไม่ได้เลิก ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๒ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๔ มีสิทธิบังคับคดีได้เฉพาะผลกำไรหรือเงินซึ่งห้างหุ้นส่วนค้างชำระแก่จำเลยที่ ๔ เท่านั้น ผู้ร้องที่ ๑ ไม่ได้ยกข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นอ้างในศาลชั้นต้น และไม่ใช่ข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงไม่รับวินิจฉัยให้นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าห้างหุ้นส่วนผู้ร้องที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนยังไม่ได้เลิกกันโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๔ ผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะตัวจึงใช้สิทธิได้เพียงผลกำไรหรือเงินซึ่งห้างหุ้นส่วนผู้ร้องที่ ๑ ค้างชำระแก่จำเลยที่ ๔ เท่านั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๒ ที่ผู้ร้องที่ ๑ ยกขึ้นอ้างทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนผู้ร้องที่ ๑ รายการที่ ๑ - ที่ ๑๒ ที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ผลกำไรหรือเงินซึ่งห้างหุ้นส่วนผู้ร้องที่ ๑ ค้างชำระแก่จำเลยที่ ๑ โจทก์จึงนำยึดมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปล่อยทรัพย์รายการที่ ๑ - ที่ ๑๒ ที่โจทก์นำยึดคืนแก่ผู้ร้องที่ ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3841/2525 บริษัทไทยรุ่งเรืองทรัสต์ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ไพบูลย์โลหะกิจ กับพวก ผู้ร้อง บริษัทลักกี้โลหะภัณฑ์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยรุ่งเรืองทรัสต์ จำกัด · ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ไพบูลย์โลหะกิจ กับพวก · จำเลย - บริษัทลักกี้โลหะภัณฑ์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · แถมชัย สิทธิไตรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 635/2511ฎีกา 2610/2538ฎีกา 805/2506ฎีกา 5494/2541ฎีกา 7732/2552ฎีกา 960/2485ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา