คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดฐานชิงทรัพย์แล้ว ไม่ใช่เพียงความผิดฐานลักทรัพย์.
ย่อคำพิพากษา
คดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ลงโทษจำคุก จำเลยสามปี เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ และในการ วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน
การที่จำเลยทั้งสองมีไม้ตะพดเป็นอาวุธร่วมกันลักทรัพย์ โดยจำเลยที่ ๑ ใช้ไม้ตะพดตีผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ ใช้มือตบตีพวกของเจ้าทรัพย์นั้น เป็นการกระทำที่ครบ องค์ประกอบความผิดฐานชิงทรัพย์แล้ว หาใช่เป็นเพียงความผิด ฐานลักทรัพย์เท่านั้นไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองมีไม้ตะพดเป็นอาวุธร่วมกันลักทรัพย์ รวมราคา ๓,๙๖๐ บาท ของนางแสง กลิ่นมาลา ไปโดยทุจริต โดยจำเลยใช้ไม้ตะพดตีประทุษร้ายร่างกายนางแสง กับใช้มือตบตีนางสาวอำพันธ์ กลิ่นมาลา พวกของเจ้าทรัพย์ไม่ถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙, ๘๓ กับขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒,๙๖๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรค ๓ จำคุกคนละ ๓ ปี ให้จำเลยหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒,๙๖๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลลางให้ลงโทษจำคุกจำเลยสามปี จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ฉะนั้นในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่อุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้วจากพยานหลักฐานในห้องสำนวน
ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วมีว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา จำเลยทั้งสองมีไม้ตะพดเป็นอาวุธร่วมกันลักทรัพย์รวมราคาทั้งสิ้น ๒,๙๖๐ บาท ของนางแสง กลิ่นมาลา โดยจำเลยที่ ๑ ใช้ไม้ตะพดตีนางแสง และจำเลยที่ ๒ ใช้มือตบตีประทุษร้ายนางสาว-อำพันธ์ กลิ่นมาลา ทำให้เป็นอันตรายแก่กายของนางแสง และนางสาวอำพันธ์ ดังนี้ เป็นการกระทำครบองค์ประกอบความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรค ๓ แล้ว หาใช่เป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ดังฎีกาจำเลยไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาว่าตามคำพยานโจทก์ถือไม่ได้ว่ามีการประทุษร้าย และการกระทำของจำเลยไม่มีการสมคบกันตามมาตรา ๘๓ นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ ๑
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2512
โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก.
จำเลย นายประดิษฐ์ พวงดอกไม้ ที่ 1
นายประเสริฐ เจริญยิ่ง ที่ 2.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก. - โจทก์ · 1 - จำเลย นายประดิษฐ์ พวงดอกไม้ ที่ · 2. - นายประเสริฐ เจริญยิ่ง ที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินตา บุณยอาคม · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครนายก - นายสุทิน นนทแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายอัศนี เกาไศยนันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา