⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 450/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 450/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาทเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดของสัญญาเดิม ไม่ได้มีผลเป็นการยกเลิกสัญญาเดิมทั้งหมด สัญญาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปในส่วนที่มิได้ถูกระงับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินมีเนื้อที่มากกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อ การระบุเนื้อที่ในสัญญาให้ถือเป็นการประมาณการ เว้นแต่จะปรากฏเจตนาชัดแจ้งว่าเป็นการแบ่งขายที่ดินเพียงบางส่วนตามเนื้อที่ที่ระบุไว้เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินจากจำเลย โจทก์ค้างค่าเช่าซื้องวดที่ 3 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายอีก 7,700 บาท จำเลยเข้าไปปลูกบ้านในที่ให้เช่าซื้อ โจทก์ไปร้องอำเภอ อำเภอทำการเปรียบเทียบ คู่กรณีตกลงกันว่า เฉพาะบริเวณที่จำเลยปลูกบ้าน เนื้อที่ 200 ตารางวา โจทก์ยอมให้แก่จำเลยโดยตีราคา 7,700 บาท เท่าที่โจทก์ยังค้างค่าเช่าซื้อ ดังนี้ สัญญาเช่าซื้อหาได้ถูกยกเลิกไปหมดโดยสัญญาประนีประนอมซึ่งทำกันที่อำเภอไม่ สัญญาเช่าซื้อจึงนับว่าถูกยกเลิกไปเฉพาะแต่ในส่วนที่ดิน 200 ตารางวาบริเวณที่จำเลยปลูกบ้านเท่านั้น สัญญาเช่าซื้อสำหรับที่ดินนอกบริเวณที่ปลูกบ้าน 200 ตารางวาก็คงมีต่อไป และถือได้ว่าโจทก์ได้ชำระเงินให้แก่จำเลยครบหมดแล้ว โจทก์ชอบที่จะขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินในส่วนที่เหลือนั้นให้แก่โจทก์ได้ แม้โจทก์จะฟ้องขอบังคับเอาเต็มตามสัญญาเช่าซื้อเดิม เมื่อศาลฟังว่าโจทก์มีสิทธิขอบังคับเอาได้แต่เพียงบางส่วน ศาลก็ย่อมพิพากษาให้เท่าที่โจทก์มีสิทธินั้นได้ และการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้สิทธิในที่ดินตกไปเป็นของโจทก์โดยให้โจทก์กันที่ดินคืนให้แก่จำเลย 200ตารางวา ณ ที่บริเวณที่จำเลยปลูกบ้านนั้น ถ้าเกิดขัดข้องขึ้นว่าจะกันเขตให้กันตรงไหน ก็เป็นเรื่องที่จะว่ากันได้ในชั้นบังคับคดี ไม่ใช่เป็นการหมดหลักเกณฑ์ที่จะทำการบังคับกันไม่ได้ดังทำนองที่จำเลยว่ามา ส่วนข้อที่ว่าที่ดินตามสัญญาเช่าซื้อระบุไว้ว่ามีอยู่ 1ไร่เศษ แต่ปรากฏขึ้นในภายหลังว่ามีอยู่ถึง 2 ไร่ 2งาน มากกว่าที่กล่าวในสัญญานั้น ก็เห็นว่าตามสัญญาเช่าซื้อท้ายฟ้องได้บ่งถึงการเช่าซื้อที่ดินทั้งแปลงตามที่ลงไว้ใน ส.ค.1 เลขที่ 13 ส่วนที่ลงไว้ว่ามีเนื้อที่เท่าใดนั้น เป็นการประมาณเอาตามที่เข้าใจว่ามี หาใช่มุ่งหมายไปในทางว่าจำเลยได้แบ่งขายที่แปลงนั้นให้โจทก์ไปราว 1 ไร่เศษเท่านั้นไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อที่ดิน ๑ แปลง โดยนายซันเป็นตัวแทนโจทก์ในการทำหนังสือสัญญา ราคา ๒๕,๐๐๐ บาทโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อจนเหลือ ๗,๗๐๐ บาท จำเลยละเมิดสัญญาโดยเข้าปลูกบ้านในที่ดินที่ตกลงขายให้โจทก์ โจทก์โต้แย้งโดยร้องเรียนต่อกรมการอำเภอเมืองสมุทรปราการ และทำความตกลงกันว่าเฉพาะบริเวณที่จำเลยปลูกบ้าน เนื้อที่ประมาณ ๒๐๐ ตารางวา โจทก์ยอมให้จำเลยโดยตีราคาเป็นเงิน ๗,๗๐๐ บาท จำเลยบิดพลิ้วไม่ปฏิบัติตามที่ตกลง ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับชำระเงิน ๗,๗๐๐ บาท จากโจทก์ไปและให้จัดการโอนที่ดินให้โจทก์ ฯลฯ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเพราะไม่ได้กำหนดที่ดินแน่นอนไว้ว่าตรงไหนที่จำเลยครอบครองและปลูกบ้านเรือน ฯลฯ โจทก์จำเลยรับกันว่า โจทก์ค้างค่าเช่าซื้องวดที่ ๓ ที่เป็นงวดสุดท้ายอีก ๗,๗๐๐ บาท จำเลยเข้าปลูกบ้านในที่เช่าซื้อ โจทก์ไปร้องต่ออำเภอ อำเภอทำการเปรียบเทียบ คู่กรณีตกลงกันว่า เฉพาะบริเวณที่จำเลยปลูกบ้านเนื้อที่ประมาณ ๒๐๐ ตารางวา โจทก์ยอมให้แก่จำเลยโดยตีราคา ๗,๗๐๐ บาท เท่าที่โจทก์ยังค้างค่าเช่าซื้อแก่จำเลยและยังมิได้ชำระ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๑๓ เป็นสิทธิแก่โจทก์ โดยให้โจทก์กับที่ดินบริเวณจำเลยปลูกบ้าน ๒๐๐ ตารางวาให้เป็นสิทธิแก่จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าซื้อท้ายฟ้องซึ่งโจทก์ฟ้องขอบังคับนั้นหาได้ถูกยกเลิกไปหมดโดยสัญญาประนีประนอมซึ่งทำกันที่อำเภอไม่สัญญาประนีประนอมที่อำเภอคงว่ากันแต่เรื่องที่ดินในส่วนที่จำเลยกลับเข้าไปครอบครองปลูกบ้านประมาณ ๒๐๐ ตารางวาเท่านั้น สัญญาเช่าซื้อจึงนับว่าถูกยกเลิกไปเฉพาะแต่ในส่วนที่ดิน ๒๐๐ ตารางวาบริเวณที่จำเลยปลูกบ้านเท่านั้น สัญญาเช่าซื้อสำหรับที่ดินนอกบริเวณที่ปลูกบ้าน ๒๐๐ ตารางวา ก็คงมีต่อไป และถือได้ว่าโจทก์ได้ชำระเงินให้แก่จำเลยครบหมดแล้วโจทก์ชอบที่จะขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินในส่วนที่เหลือนั้นให้แก่โจทก์ได้ แม้ฟ้องในคดีนี้โจทก์จะฟ้องขอบังคับเอาเต็มตามสัญญาเช่าซื้อเดิม เมื่อศาลฟังว่าโจทก์มีสิทธิขอบังคับเอาได้แต่เพียงบางส่วน ศาลก็ย่อมพิพากษาให้เท่าที่โจทก์มีสิทธินั้นได้ และการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้สิทธิในที่ดินตกไปเป็นของโจทก์โดยให้โจทก์กันที่ดินคืนให้แก่จำเลย ๒๐๐ ตารางวา ณ ที่บริเวณที่จำเลยปลูกบ้านนั้น ถ้าเกิดขัดข้องขึ้นว่าจะกันเขตให้กันตรงไหน ก็เป็นเรื่องที่จะว่ากันได้ในชั้นบังคับคดีไม่ใช่เป็นการหมดหลักเกณฑ์ที่จะทำการบังคับกันไม่ได้ดังทำนองที่จำเลยว่ามา ส่วนข้อที่ว่า ที่ดินตามสัญญาเช่าซื้อระบุไว้ว่ามีอยู่ ๑ ไร่เศษ แต่ปรากฏขึ้นในภายหลังว่ามีอยู่ถึง ๒ ไร่ ๒ งานมากกว่าที่กล่าวในสัญญานั้นก็เห็นว่าตามสัญญาเช่าซื้อท้ายฟ้องได้บ่งถึงการเช่าซื้อที่ดินทั้งแปลงตามที่ลงไว้ใน ส.ค.๑ เลขที่ ๑๓ส่วนที่ลงไว้ว่ามีเนื้อที่เท่าใดนั้น เป็นการประมาณเอาตามที่เข้าใจว่ามี หาใช่มุ่งหมายไปในทางว่าจำเลยได้แบ่งขายที่แปลงนั้นให้โจทก์ไปราว ๑ ไร่เศษเท่านั้นไม่ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ชนะคดีเต็มตามฟ้องทั้งรูปคดีก็มีเหตุผลอื่น ๆ อีกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยต้องเสียค่าธรรมเนียมแทนโจทก์มาเต็มตามที่ฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ค่าธรรมเนียมค่าทนายศาลล่างทั้งสองศาลให้เป็นอันพับกันไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 450/2512 วัดไตรมิตรวราราม โดยนายหลอม ชยุติรัตน์ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางจีบ ปรีหะจินดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดไตรมิตรวราราม โดยนายหลอม ชยุติรัตน์ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางจีบ ปรีหะจินดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4432/2534ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา