⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 88/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 88/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่แสดงตนเป็นเจ้าของที่ดินและทำสัญญาจะซื้อขายโดยมิได้แสดงว่ากระทำการแทนบุคคลอื่น ย่อมต้องรับผิดตามสัญญา แม้ที่ดินนั้นแท้จริงเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับโจทก์ โดยจำเลยมิได้แสดงออกว่าจำเลยทำในฐานะตัวแทนผู้ใด จำเลยกลับแสดงว่าจำเลยมีฐานะเป็นเจ้าของที่ดินเสียเองที่มีอำนาจจะซื้อขายที่ดินกับโจทก์ได้ ดังนี้ แม้โจทก์ได้รู้หรือควรจะรู้ว่าที่ดินรายนี้เป็นของ ป. และ ร. มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน โดยจำเลยมิได้เป็นเจ้าของที่แท้จริง จำเลยก็จะปัดความรับผิดของจำเลยให้ไปตกอยู่กับบุคคลทั้งสองไม่ได้ เพราะบุคคลทั้งสองไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องรู้เห็นอะไรด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๑๘ ซึ่งจำเลยจัดสรรแบ่งขายให้ โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์และชำระราคาแล้วการซื้อขายนี้จำเลยสัญญารับรองกับโจทก์ว่า จากที่ดินแปลงที่โจทก์ซื้อมีทางรถยนต์ไปสู่ถนนเจริญพรได้ และสัญญารับรองจะจัดทางออกสู่ถนนปฐมโพธิแก้วด้วย จนบัดนี้จำเลยไม่จัดทำถนน และยินยอมให้บุคคลอื่นทำรั้วปิดทาง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๓,๒๐๐ บาท ขอบังคับให้จำเลยรื้อรั้วและจัดทำถนนและใช้ค่าเสียหาย ฯลฯ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดดังกล่าว ที่จำเลยสัญญาแบ่งขายที่ดินให้โจทก์ไปนั้น จำเลยทำไปในฐานะตัวแทนนางปราณีและนางริ้วเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินผู้เป็นตัวการจำเลยไม่ต้องรับผิด ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยจัดการให้โจทก์มีทางออกสู่ถนนเจริญพรและถนนปฐมโพธิ์แก้วได้ตามสัญญา ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จำเลยจะปฏิเสธความรับผิดที่จำเลยมีต่อโจทก์หาได้ไม่ เพราะเมื่อจำเลยเข้าทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.๑, จ.๒ นั้น จำเลยก็มิได้แสดงออกเลยว่าจำเลยได้กระทำในฐานะเป็นตัวแทนของผู้ใด ตรงกันข้ามจำเลยกลับแสดงว่าจำเลยมีฐานะเป็นเจ้าของที่ดินเสียเอง ที่มีอำนาจจะซื้อขายที่ดินรายนี้กับโจทก์ได้ ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑ ที่ว่า"ข้าพเจ้านายสายหยุด วานิชานนท์ ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่าผู้จะขายฝ่ายหนึ่ง กับข้าพเจ้า นายประมวล ขจรบุญ ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่าผู้จะซื้ออีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำสัญญากันดังมีข้อความต่อไปนี้....." ด้วยเหตุนี้แม้จำเลยจะเถียงว่าโจทก์ได้รู้หรือควรรู้ว่าที่ดินรายนี้เป็นของนางปราณี นางริ้วมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน โดยจำเลยมิใช่เป็นเจ้าของที่ดินที่แท้จริง จำเลยจะปิดความรับผิดของจำเลยให้ไปตกอยู่กับนางปราณี นางริ้ว เสียย่อมไม่ได้ เพราะนางปราณี นางริ้วไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องรู้เห็นอะไรด้วยกับการซื้อขายที่ดินรายนี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 88/2512 นายประมวล ขจรบุญ โจทก์ นายสายหยุด วานิชานันต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประมวล ขจรบุญ · จำเลย - นายสายหยุด วานิชานันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม เภกะสุต · สวิง ลัดพลี · ชลอ บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจินดา เกตุปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ ปันยารชุน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1055/2480ฎีกา 1216/2538ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 581/2501ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 707/2507ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 681/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 2467/2526ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 1280/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา