⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1070/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่ผู้ร้องก่อนที่โจทก์จะนำยึด แต่ได้ไปทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ภายหลังการยึด ย่อมถือว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปยังผู้ร้องขณะถูกยึด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องโดยสุจริตก่อนโจทก์นำยึดที่พิพาทนี้ หลังจากโจทก์นำยึดที่พิพาทแล้วจำเลยจึงไปทำนิติกรรมโอนที่พิพาทให้ผู้ร้อง ดังนี้ ย่อมถือว่ากรรมสิทธิ์ในที่พิพาทยังไม่โอนไปยังผู้ร้องในขณะที่ถูกยึด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.305

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลย แต่ทรัพย์รายการอันดับ ๓ เป็นที่ดินของผู้ร้อง ซื้อจากจำเลย ๔,๔๐๐ บาท ได้ทำหนังสือซื้อขายจดทะเบียนนิติกรรมถูกต้อง ขอให้สั่งปล่อยทรัพย์ โจทก์ให้การว่า เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีแล้ว จำเลยกับผู้ร้องสมคบกันแสร้งทำสัญญาซื้อขาย แล้วสมยอมให้โจทก์ฟ้องจำเลย จำเลยทำยอมความ นำคำพิพากษาไปโอนกันที่อำเภอในระยะเวลาที่คดีโจทก์อยู่ระหว่างบังคับคดี ผู้ร้องรับโอนโดยไม่สุจริต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า เดิมที่พิพาทเป็นของบิดามารดา บิดามารดาตายตกได้แก่บุตร ๓ คน คือ โจทก์ - นายบัว และนางปอย ภริยาจำเลย จำเลยเป็นหนี้โจทก์ โจทก์ฟ้องและศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน จำเลยไม่ใช้ โจทก์นำยึดนาพิพาทเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๑๑ โจทก์ไม่ทราบการซื้อขายระหว่างผู้ร้องกับจำเลย ผู้ร้องนำสืบว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้ผู้ร้องเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ กำหนดจะไปโอนภายใน ๗ วัน ครบกำหนดแล้วไม่ไปโอน ผู้ร้องจึงฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๑๑ รุ่งขึ้นจำเลยทำยอมความต่อศาลยอมไปจดทะเบียนนิติกรรมโอนให้ภายใน ๓ วัน แล้วจำเลยก็ไปทำสัญญาจดทะเบียนขายที่พิพาทให้โจทก์ที่อำเภอเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๑๑ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยกับผู้ร้องจะทำสัญญาจะซื้อขายกันโดยสุจริตก่อนโจทก์ยึด กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ก็ยังไม่โอนไปยังผู้ร้อง ขณะที่โจทก์นำยึดทรัพย์พิพาทยังเป็นของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๕ (๑) การที่จำเลยก่อให้เกิดการโอนหรือเปลี่ยนแปลงในทรัพย์พิพาทภายหลังที่โจทก์ได้ยึดไว้แล้วนั้นหาอาจใช้ยันแก่โจทก์ได้ไม่ จำเลยไปทำนิติกรรมโอนที่พิพาทให้ผู้ร้องหลังวันยึด จึงใช้ยันโจทก์ไม่ได้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2513 นางคีน กล้วยประโคน โจทก์ นายตึม ฉินนะมิตโต ล. นายเอื้อ เปียนประโคน ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคีน กล้วยประโคน · ล. - นายตึม ฉินนะมิตโต · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายเอื้อ เปียนประโคน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกวิท ถิระวัฒน์ · วินัย ทองลงยา · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายศุภนิติ กิจวรวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 4269/2528ฎีกา 1492/2510ฎีกา 541/2509ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 1485/2513ฎีกา 2220/2535ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 128/2521ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540ฎีกา 805/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา