คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การบรรยายฟ้องว่าจำเลยรับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือฉ้อโกง โดยรู้ว่าเป็นของอันได้มาจากการกระทำผิดนั้น ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรแล้ว
* ผู้ที่ใช้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือฉ้อโกง ถือเป็นตัวการในความผิดนั้น และเมื่อรับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั้นมาด้วยตนเอง จะไม่มีความผิดฐานรับของโจร
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับข้าวเปลือกไว้จากผู้อื่นโดยรู้ว่าเป็นของร้ายอันได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือฉ้อโกง นั้น ถือว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องครบองค์ความผิดฐานรับของโจร ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว จึงไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
ข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยใช้ผู้อื่นไปลักทรัพย์หรือฉ้อโกงนั้น ถือว่าจำเลยเป็นตัวการด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ดังนั้น เมื่อจำเลยรับทรัพย์นั้นจากผู้ที่จำเลยใช้ ถือว่าเป็นการรับทรัพย์ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรรมอันเดียวกับความผิดฐานลักทรัพย์หรือฉ้อโกง ที่จำเลยเป็นผู้ใช้นั้นเอง จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายเม่านายผัดหลอกลวงภริยาโจทก์ ว่าโจทก์ให้มาขนข้าวเปลือก ภริยาโจทก์ไม่ยินยอม แต่คนทั้งสองก็ยังขนไป ต่อมาจำเลยรับข้าวเปลือกนั้นไว้จากนายเม่านายผัด โดยรู้ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์กล่าวชัดว่าจำเลยรับข้าวเปลือกไว้จากนายเม่านายผัด โดยรู้ว่าเป็นของร้ายอันได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือฉ้อโกง กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าครบองค์ความผิดฐานรับของโจร ชอบด้วยมาตรา ๑๕๘ (๕) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม แต่แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้นายเม่านายผัดไปลักทรัพย์หรือฉ้อโกงข้าวเปลือกของโจทก์ก็ตาม จำเลยก็หามีความผิดฐานรับของโจรไม่เพราะการที่จำเลยใช้เขาไปกระทำผิดนั้น ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓ ถือว่าเป็นตัวการร่วมกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือฉ้อโกงแล้ว การที่จำเลยรับเอาข้าวเปลือกจากคนทั้งสองไว้นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรรมอันเดียวกับความผิดฐานลักทรัพย์หรือฉ้อโกงที่ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ให้กระทำผิดนั้นเอง จำเลยจึงหามีความผิดฐานรับของโจรอีกไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2513
นายจันทา บุญจริง โจทก์
สิบตำรวจเอกพองพูน พรหมาดวง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจันทา บุญจริง · ล. - สิบตำรวจเอกพองพูน พรหมาดวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสุวรรณ ตระการพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา