⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1280/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2513

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ตามที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำคุก 1 ปี กับให้คืนและใช้ราคาทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทลงโทษเป็นผิดตามมาตรา 309 จำคุก 1 ปี ข้อคืนหรือใช้ราคายก เช่นนี้ เป็นคดีต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 การที่จำเลยขึ้นไปบนบ้านของผู้เสียหายพูดขู่และล้วงเอาลูกระเบิดออกมาทำท่าจะขว้างก่อนที่จะหยิบเอาทรัพย์ของผู้เสียหายที่อยู่บนบ้านนั้นไป ถือได้ว่าเป็นการข่มขืนใจให้ผู้เสียหายจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้เสียหาย เป็นความผิดตามมาตรา 309 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ฟ้องขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์ การขู่เข็ญจัดเป็นส่วนหนึ่งในความผิดฐานชิงทรัพย์ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่มีเจตนาลักทรัพย์ ก็ลงโทษตามมาตรา 309 แห่งประมวลกฎหมายอาญาฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๑ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจใช้ลูกระเบิดมือเป็นอาวุธชิงทรัพย์นกกระทา ๑ ตัว ราคา ๔๘๐ บาทของนายชู พิมสลัก ไป โดยจำเลยได้ขู่เข็ญว่า ในทันใดนั้นจะขว้างลูกระเบิดทำลายทั้งบ้นและคนหากขัดขืนเพื่อให้เป็นความสะดวกในการชิงทรัพย์ ในการพาทรัพย์นั้นไปให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น และยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ เหตุเกิดที่ตำบลโนนคล้อ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ให้คืนและใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดศรีสะเกษฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยซึ่งเป็นปลัดอำเภอกันทรารมย์ กับพวกอีก ๓ คน ขึ้นไปบนบ้านของผู้เสียหาย เห็นไม้กระดานใต้ถุนยุ้งข้าว จำเลยขอ ผู้เสียหายไม่ให้ เห็นกรงนกกระทาที่แขนที่ระเบียง จำเลยขอนกไปทำลาบกิน ผู้เสียหายก็ไม่ให้ จำเลยจึงพูดขึ้นว่า ขอกระดานก็ไม่ได้ ขอนกก็ไม่ได้เดี๋ยวจะขว้างระเบิดให้พังทั้งบ้านทั้งคน พูดแล้วล้วงเอาลูกระเบิดออกจากกระเป๋าหิ้วของจำเลยขึ้นทำท่าจะขว้าง ผู้เสียหายพูดขึ้นว่า ขว้างบ้านพังแล้วก็ต้องทำบ้านให้ใหม่ จำเลยพูดว่าจะทำให้แต่กระดาน ๔ แผ่น เหมือนโลงศพ แล้วเก็บลูกระเบิดมือใส่กระเป๋า แล้วล้วงเอานกกระทาจากกรงเดินลงเรือนไป ผู้เสียหายตามไปดู เห็นชายคนหนึ่งกำลังถอนขนนกอยู่ ปรากฏว่านกตายแล้ว วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการเอาทรัพย์ของผูอื่นไปโดยเจตนาทุจริต เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เมื่อจำเลยขู่จะขว้างลูกระเบิดใส่ ก็เป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ จำคุก ๑ ปี กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงบ่งไปในทางว่า จำเลยผู้มีตำแหน่งเป็นปลัดอำเภอมุ่งแสดงอำนาจบาตรใหญ่ให้ปรากฏว่าจำเลยอาจทำการใด ๆ ได้ตามอำเภอใจ ผู้ใดจะขัดขืนมิได้เท่านั้น หาได้มีเจตนาลักทรัพย์ไม่ แม้จะเชื่อข้อเท็จจริงว่า ก่อนที่จำเลยจะเอานกของผู้เสียหายไป จำเลยได้เอาลูกระเบิดมือออกมาและใช้วาจาขู่เข็ญผู้เสียหาย ก็ไม่ทำให้เกิดเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ขึ้นได้ การที่จำเลยล้วงเอาระเบิดมือออกมาทำท่าจะขว้าง เป็นการกระทำโดยมีอาวุธ ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำตามความประสงค์ของจำเลย ทำให้ผู้เสียหายกลัวจะเกิดอันตรายต่อชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน การกระทำอันเป็นการขู่เข็ญนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความผิดชิงทรัพย์ ศาลลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๙ และเมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วพนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหาย พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ ให้จำคุก ๑ ปี คำขอให้คืนหรือใช้ราคาให้ยกเสีย โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยจะเอาลูกระเบิดขว้างบ้านผู้เสียหายแล้วเอานกกระทาของผู้เสียหายไป แสดงว่าจำเลยมีเจตนาลักทรัพย์ จำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า โจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ ทั้งคำบรรยายก็ไม่เข้าองค์ความผิดตามมาตรานี้จะลงโทษตามมาตรา ๓๐๙ ไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนาลักนกกระทาของผู้เสียหาย โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีเจตนา จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังมา เห็นว่าที่จำเลยเอาลูกระเบิดออกมาทำท่าจะขว้างก่อนที่จะล้วงหยิบเอานกกระทาไป ถือได้ว่าเป็นการทำให้ผู้เสียหายต้องจำยอมให้จำเลยหยิบเอานกประทาไป โดยผู้เสียหายไม่กล้าขัดขวางเพราะกลัวจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตน เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยชิงทรัพย์จะลงโทษจำเลยฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพไม่ได้นั้น เห็นว่าการขู่เข็ญเป็นส่วนหนึ่งในความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลย่อมลงโทษจำเลยฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2513 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายไพจิตร พรหมลา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · ล. - นายไพจิตร พรหมลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม หัตภิรมย์ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายล้วน สมศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายวิกรม เมาลานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1992/2530ฎีกา 213/2554ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา