⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1313/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่จำเลยถูกฟ้องในข้อหายักยอกนั้น ปัญหาที่ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ หรือจำเลยเบียดบังเอาทรัพย์ของโจทก์ไว้เป็นของตนโดยทุจริตหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณา การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตจะเบียดบังทรัพย์ของโจทก์ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยเบียดบังเอาทรัพย์ของโจทก์ไว้เป็นของตนโดยทุจริต จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ขัดกับข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 194

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.194 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบหมายให้เก็บเงินเบี้ยประกันจากผู้เอาประกันของโจทก์เมื่อเก็บได้แล้ว จำเลยเบียดบังเงินนั้นไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเป็นเงิน ๑๙,๒๒๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔, ๙๐ ศาลแขวงขอนแก่นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลแขวงขอนแก่นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตที่จะเบียดบังทรัพย์ของโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่า จำเลยเบียดบังเอาทรัพย์ของโจทก์เป็นของตนโดยทุจริต ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ แต่หนังสือรับสารภาพหนี้ที่จำเลยทำให้โจทก์ไว้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ เมื่อศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณา การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในท้องสำนวนศาลแขวงขอนแก่นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตที่จะเบียดบังเอาทรัพย์ของโจทก์ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้เบียดบังเอาทรัพย์ของโจทก์ไว้เป็นของตนโดยทุจริต จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่ศาลแขวงขอนแก่นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๔ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2513 บริษัท ไทยสมุทรพาณิชย์ประกันภัย จำกัด โจทก์ นายโพธิ์ ชาญเวทย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ไทยสมุทรพาณิชย์ประกันภัย จำกัด · ล. - นายโพธิ์ ชาญเวทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายประพัฒน์ อุชุภาพ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท บริรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7100/2538ฎีกา 2302/2535ฎีกา 1057/2514ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1140/2507ฎีกา 979/2501ฎีกา 9797/2555ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 3595/2532ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 462/2536ฎีกา 617/2536ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555ฎีกา 1112/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา