⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1368/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อไม่ได้ตกลงกำหนดอัตราค่าจ้างทนายความไว้ ศาลมีอำนาจกำหนดค่าจ้างให้ตามที่เห็นสมควรแก่กิจการที่ทนายความได้กระทำไป.

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่จำเลยเพียงแต่ตกลงจ้างโจทก์ให้เป็นทนายความดำเนินคดี โดยยังมิได้ตกลงกำหนดอัตราค่าจ้างเป็นจำนวนเท่าใดแน่นอนนั้น ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างให้ตามสมควรแก่กิจการที่โจทก์ได้กระทำไปได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เพียงแต่พาจำเลยไปอายัดที่ดินไว้ ณ สำนักงานที่ดิน และมิได้ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลแต่ประการใด การที่จำเลยกับ พ. ตกลงเรื่องที่พิพาทกันได้ ก็เพราะบุคคลภายนอกเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ไม่ใช่โจทก์ ฉะนั้น ที่ศาลกำหนดค่าจ้างให้โจทก์ 2,000 บาท จึงย่อมเป็นการสมควรแก่งานที่โจทก์ได้กระทำไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ซึ่งเป็นทนายความให้จัดการทวงถามทรัพย์มรดกของบุตรจำเลยจากนายพร นุชน้อย หากทวงถามไม่ตกลงก็ให้ดำเนินคดี จำเลยยอมให้ค่าจ้างโจทก์เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท จะชำระให้เมื่อตกลงกันได้ หรือคดีถึงที่สุด ดังปรากฏตามสำเนาสัญญาจ้าง จำเลยได้นำเงินค่าธรรมเนียม ๓,๐๐๐ บาทมามอบให้โจทก์ไว้ดำเนินคดี ต่อมาโจทก์จัดการไกล่เกลี่ยให้นายพรโอนมรดกที่ดินให้จำเลยเป็นที่เรียบร้อย โดยไม่ต้องดำเนินคดี จำเลยแจ้งให้โจทก์หักค่าธรรมเนียม ๓,๐๐๐ บาทไว้เป็นค่าจ้าง ที่เหลืออีก ๑๗,๐๐๐ บาท ขอผัดชำระภายใน ๗ วัน แต่จำเลยไม่ชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างที่ค้าง ๑๗,๐๐๐ บาทให้โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ได้ตกลงให้โจทก์ดำเนินคดีกับนายพรจริง แต่เรื่องค่าจ้างว่าความนั้น ได้ตกลงเอาไว้พูดกันภายหลัง โจทก์ทำหนังสือเรื่องฟ้องคดีโดยมิได้อ่านให้ฟัง หลอกลวงให้จำเลยหลงเชื่อ จำเลยจึงได้พิมพ์ลายนิ้วมือลงไป จำเลยนำเงิน ๓,๐๐๐ บาท มามอบให้โจทก์ไว้ดำเนินคดี แต่โจทก์เพิกเฉยไม่จัดการอย่างใด ต่อมาพระครูสมุทรวรคุณได้ไกล่เกลี่ยจำเลยกับนายพรจนตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อย จำเลยจึงทวงเงินค่าธรรมเนียม ๓,๐๐๐ บาท แต่โจทก์ไม่ยอมคืน อ้างว่าจำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ดำเนินคดีเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยยังต้องให้เงินโจทก์อีก ๑๗,๐๐๐ บาท จำเลยจึงทราบว่าโจทก์หลอกลวงให้จำเลยพิมพ์ลายนิ้วมือในสัญญาจ้างว่าความ โจทก์มิได้ทำความสำเร็จในกิจการที่จ้าง จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างตามฟ้อง จำเลยไม่เคยยอมให้โจทก์หักค่าธรรมเนียมไว้เป็นค่าจ้าง ขอให้โจทก์คืนเงินค่าธรรมเนียม ๓,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ และขอให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า แม้จำเลยจะไม่แจ้งมอบเงิน ๓,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ โจทก์ก็มีสิทธิยึดหน่วงไว้จนกว่าจำเลยจะชำระค่าจ้างตามสัญญาจ้างจนครบ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ ไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้ แต่โจทก์นำสืบพยานบุคคลฟังได้ว่าจำเลยตกลงจ้างโจทก์ดำเนินคดีกับนายพร เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทจริง แต่ผลงานที่โจทก์ทำไปเพียงแจ้งการอายัดที่ดิน กับพิมพ์ฟ้องคดีแพ่งและอาญาไว้เท่านั้น เห็นควรคิดให้เพียง ๒,๐๐๐ บาท และเงินค่าธรรมเนียม ๓,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะยึดไว้ได้ พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ และให้โจทก์คืนเงิน ๓,๐๐๐ บาทให้จำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยตกลงจ้างโจทก์ว่าความเป็นจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทจริง เมื่อโจทก์ได้ทำงานให้จำเลยแล้ว จะเป็นงานมากหรือน้อย ก็ไม่ใช่ข้อที่ศาลจะนำมาวินิจฉัยลดค่าจ้างลงเหลือเพียง ๒,๐๐๐ บาทได้ โจทก์ควรได้ค่าจ้างเต็มจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท โดยเมื่อหักเงินค่าธรรมเนียม ๓,๐๐๐ บาทออกแล้ว จำเลยจะต้องชำระให้โจทก์อีก ๑๗,๐๐๐ บาท ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเพียงแต่ตกลงจ้างโจทก์เป็นทนายความให้ดำเนินคดีกับนายพร แต่ยังมิได้ตกลงกำหนดอัตราค่าจ้างกับโจทก์เป็นจำนวนเท่าใดแน่นอน ฉะนั้น เมื่อกรณีเป็นเรื่องที่ยังมิได้ตกลงอัตราค่าจ้างว่าความกันเช่นนี้ ศาลจึงมีอำนาจที่จะพิจารณาให้ตามสมควรแก่กิจการที่กระทำไปได้ ซึ่งพิเคราะห์แล้ว กิจการที่โจทก์ได้กระทำไปในเรื่องนี้ โจทก์เพียงแต่พาจำเลยไปทำการอายัดที่ดินไว้ ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น มิได้มีการดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลประการใด จำเลยกับนายพรตกลงเรื่องที่พิพาทกันได้ เพราะพระครูสมุทรวรคุณเป็นผู้ไกล่เกลี่ยมิใช่โจทก์ ฉะนั้น ที่ศาลล่างกำหนดค่าจ้างให้โจทก์ ๒,๐๐๐ บาท จึงเป็นการสมควรแก่งานที่โจทก์ได้กระทำไปแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2513 นายวัฒนา เงินดี โจทก์ นางผูก ศรีวรรณศิริ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวัฒนา เงินดี · ล. - นางผูก ศรีวรรณศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. ทองเพิ่ม ทองแถม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7172/2542ฎีกา 2036/2542ฎีกา 4893/2533ฎีกา 406/2508ฎีกา 654/2541ฎีกา 5737/2552ฎีกา 4306/2528ฎีกา 258/2530ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 3049/2540ฎีกา 793/2507ฎีกา 145/2554ฎีกา 2364/2524ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2277/2543ฎีกา 593/2545ฎีกา 2501-2504/2521ฎีกา 158/2509ฎีกา 601/2537ฎีกา 2474/2541ฎีกา 673/2511ฎีกา 6807/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา