คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความติดว่าความในคดีอื่นที่ได้นัดหมายไว้ก่อนแล้ว ถือเป็นเหตุอันสมควรในการขอเลื่อนการสืบพยานได้ หากไม่ปรากฏว่าเป็นการกระทำเพื่อประวิงคดี
ย่อคำพิพากษา
ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนสืบพยานโจทก์ โดยอ้างเหตุว่าติดว่าความในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2634/2509 ซึ่งศาลแพ่งส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ที่ศาลจังหวัดสุรินทร์และนัดไว้ก่อนคดีนี้ จึงไม่สามารถมาว่าความในคดีนี้ได้ จำเลยรับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านในเบื้องต้นจึงรับฟังได้ว่าทนายโจทก์ติดว่าความที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ทนายโจทก์หาได้หลีกเลี่ยงหรือไม่สนใจในคดีนี้ไม่ ทั้งเมื่อศาลกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบแล้ว ทนายโจทก์ยังได้มายื่นระบุพยานและยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งออกหมายเรียกพยานเอกสารมานำสืบในวันเวลาที่ศาลกำหนดไว้ มิได้ละเลยหรือไม่นำพาต่อคดีของโจทก์แต่อย่างใดและไม่ปรากฏว่าทนายโจทก์ดำเนินการในทำนองประวิงคดีให้ชักช้ากรณีจึงมีเหตุอันสมควรอนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งทำลายการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์หมายเลข ๓๕๐๑๙ ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับที่ ๓ เสีย แล้วสั่งให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒โอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์หมายเลข ๓๕๐๑๙ ให้โจทก์
จำเลยที่ ๑, ๒, ๓ ให้การสู้คดี
ในวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อน ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนมายื่นคำร้องขอเลื่อน ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนและในวันนั้นฝ่ายโจทก์ไม่มีพยานมาศาล ศาลสั่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ แล้วเลื่อนไปสืบพยานจำเลยจนเสร็จ โจทก์โต้แย้งคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนและงดสืบพยานโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนสืบพยานโจทก์โดยอ้างเหตุว่าติดว่าความในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๖๓๔/๒๕๐๙ ซึ่งศาลแพ่งส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ และนัดไว้ก่อนคดีนี้ จึงไม่สามารถมาว่าความในคดีนี้ได้จำเลยรับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน ในเบื้องต้นจึงรับฟังได้ว่าทนายโจทก์ติดว่าความที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ทนายโจทก์หาได้หลีกเลี่ยงหรือไม่สนใจในคดีนี้ไม่ทั้งเมื่อศาลกำหนดประเด็นหน้าที่นำสืบแล้ว ทนายโจทก์ยังได้มายื่นระบุพยานและยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งออกหมายเรียกพยานเอกสารมานำสืบในวันเวลาที่ศาลกำหนดไว้ มิได้ละเลยหรือไม่นำพาต่อคดีของโจทก์แต่อย่างใด และไม่ปรากฏว่าทนายโจทก์ดำเนินการในทำนองประวิงคดีให้ชักช้า กรณีจึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2513
นายเฉลิม สถาพร โจทก์
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยพลโทเผชิญ นิมิบุตร
ผู้อำนวยการ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเฉลิม สถาพร · นิมิบุตร - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โดยพลโทเผชิญ · จำเลย - ผู้อำนวยการ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ประสม เภกะสุต · จรัญ อิศระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจันทร์ ระรวยทรง · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ ภู่งาม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา