⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1612/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาค้ำประกันที่กำหนดให้ลูกหนี้ชำระหนี้เป็นงวดๆ หรือลูกหนี้ไม่ได้ทำสัญญารับชำระหนี้ด้วย ก็ยังคงมีผลผูกพันผู้ค้ำประกัน การวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทตามสำเนาสัญญาและข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ต้นฉบับสัญญาที่ปิดอากรแสตมป์

ย่อคำพิพากษา

ป. เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้ชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ดังกล่าวนี้ แม้ตามสัญญานี้จะกำหนดให้ป. ชำระหนี้เป็นงวด ๆ ภายใน 2 ปี และ ป. มิได้ทำสัญญารับจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ด้วย ก็เป็นสัญญาค้ำประกันซึ่งใช้บังคับจำเลยได้ โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยแต่เพียงว่า ข้อความตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้องประกอบกับข้อเท็จจริงที่แถลงรับกันนั้น จำเลยจะต้องรับผิดตามฟ้องหรือไม่ ดังนี้ ถึงหากว่าต้นฉบับหนังสือสัญญานั้นจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ไม่สำคัญ เพราะศาลไม่จำต้องนำมาใช้ในการวินิจฉัยคดีด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.681 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือค้ำประกันหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งแดงที่ ๑๖๙๓/๒๕๐๒ ว่า หากเรือเอกเปลื้อง กลิ่นโกศล ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาภายในกำหนดแก่โจทก์ จำเลยจะชำระแทนทั้งสิ้น ทั้งยอมเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันผิดสัญญาเป็นต้นไป ปรากฏตามสำเนาหนังสือค้ำประกันท้ายฟ้องครั้นถึงกำหนด เรือเอกเปลื้องลูกหนี้ไม่ชำระ โจทก์แจ้งให้จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันชำระแทนตามสัญญา จำเลยก็ไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะสัญญาท้ายฟ้องเป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยกับนายยันต์ วินิจนัยภาค ก่อนที่จะทำสัญญานี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยมาแล้วในฐานะผู้ค้ำประกันเรือเอกเปลื้อง จำเลยชนะคดี แต่นายยันต์ วินิจนัยภาค ทนายโจทก์ได้ยึดถือโฉนดของจำเลยไว้ จำเลยไม่ประสงค์จะฟ้องเรียกคืน จึงได้ทำสัญญาท้ายฟ้องไว้กับนายยันต์ โจทก์มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยและไม่ปรากฏว่านายยันต์ได้รับมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนโจทก์ในการทำสัญญาดังกล่าว สัญญาค้ำประกันท้ายฟ้องไม่เป็นสัญญาค้ำประกันตามกฎหมาย เพราะเมื่อโจทก์ชนะคดีเรือเอกเปลื้องแล้วโจทก์ก็เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับคดีจากเรือเอกเปลื้องภายในอายุความถ้าหากจำเลยได้ทำสัญญากับโจทก์ว่าถ้าโจทก์บังคับคดีแก่เรือเอกเปลื้องไม่ได้ จำเลยจะชำระหนี้ให้แทน ก็อาจเป็นสัญญาค้ำประกันได้แต่ตามสัญญาท้ายฟ้องไม่ปรากฏว่าเรือเอกเปลื้องกับโจทก์ได้เข้ามาเป็นคู่สัญญาทำความตกลงกันในเรื่องชำระหนี้ให้โจทก์ จึงเป็นมูลหนี้ต่างหากจากหนี้ตามคำพิพากษาที่มีอยู่ระหว่างเรือเอกเปลื้องกับโจทก์ จึงไม่มีสัญญาอันเป็นประธาน ซึ่งจะมีมูลหนี้ระหว่างเรือเอกเปลื้องกับโจทก์ที่จำเลยจะเข้ามาทำสัญญาค้ำประกันอันเป็นสัญญาอุปกรณ์ไว้กับโจทก์โจทก์จึงไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยชำระหนี้แทนเรือเอกเปลื้อง ในวันชี้สองสถาน โจทก์และจำเลยตกลงกันงดสืบพยานบุคคลโดยขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายตามสัญญาท้ายฟ้อง โดยจำเลยยอมรับว่าได้ทำสัญญาค้ำประกันที่ปรากฏตามสำเนาหนังสือค้ำประกันท้ายฟ้องจริง แต่จำเลยว่าสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาระหว่างนายยันต์วินิจนัยภาค กับจำเลยโจทก์มิได้เป็นคู่สัญญาด้วย จำเลยรับว่าหนี้ตามคดีแพ่งแดงที่ ๑๖๙๒/๒๕๐๒ ระหว่างโจทก์กับเรือเอกเปลื้องมีอยู่จริงโจทก์และจำเลยแถลงร่วมกันว่า ตัวโจทก์มิได้เป็นคู่สัญญาในสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้องและนายยันต์ วินิจนัยภาค เป็นทนายโจทก์ในคดีแพ่งแดงที่ ๑๖๙๒/๒๕๐๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ ๒๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่าเรือเอกเปลื้องมิได้เคยทำสัญญาจะชำระหนี้กับโจทก์ไว้เลย จึงไม่มีหนี้เป็นประธานสัญญาค้ำประกันอันเป็นสัญญาอุปกรณ์ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้นั้น เห็นว่าจำเลยรับแล้วว่าเรือเอกเปลื้องเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีแดงที่ ๑๖๙๒/๒๕๐๒ จริง และตามสัญญาค้ำประกันดังสำเนาท้ายฟ้องก็กล่าวไว้ว่าจำเลยค้ำประกันเรือเอกเปลื้องในการชำระหนี้ดังกล่าวนี้เมื่อเรือเอกเปลื้องมีหน้าที่ที่จะต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวนั้นแก่โจทก์และจำเลยทำสัญญาผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้รายนั้นในเมื่อเรือเอกเปลื้องไม่ชำระหนี้ สัญญาที่จำเลยทำไว้นั้นก็เป็นสัญญาค้ำประกันตามกฎหมายแล้ว มิใช่ว่าต้องให้เรือเอกเปลื้องทำสัญญาจะชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้นให้โจทก์อีกชั้นหนึ่งก่อน แล้วจำเลยจึงจะทำสัญญาค้ำประกันได้ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยทำสัญญากับโจทก์เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นมูลหนี้อีกมูลหนึ่งไม่ใช่หนี้อันเดียวกันกับหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวนั้น เพราะหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวนั้นโจทก์มีสิทธิบังคับคดีแก่เรือเอกเปลื้องได้ทันทีภายในอายุความ ๑๐ ปี แต่หนี้ตามสัญญาท้ายฟ้องได้เปลี่ยนเวลาชำระหนี้ขึ้นใหม่เป็นชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวนั้นภายใน ๒ ปี โดยแบ่งชำระเป็นงวดเท่ากับโจทก์แสดงเจตนาตกลงกันเป็นสัญญาขึ้นใหม่ เปลี่ยนแปลงเวลาชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มีสิทธิที่จะบังคับให้เรือเอกเปลื้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ทันที การที่จำเลยเข้ามาเป็นผู้ค้ำประกันย่อมแสดงว่าจำเลยต้องการให้โจทก์ผ่อนผันให้แก่เรือเอกเปลื้องบ้าง โจทก์จึงผ่อนเวลาให้เรือเอกเปลื้องเท่านั้น มูลหนี้ซึ่งมีอยู่ระหว่างโจทก์กับเรือเอกเปลื้องก็ยังคงเป็นมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามเดิม และเป็นมูลหนี้อันเดียวกับหนี้ซึ่งจำเลยผูกพันตนว่าจะชำระให้ในเมื่อเรือเอกเปลื้องไม่ชำระให้ตามที่ได้รับผ่อนผันแล้วนั่นเองไม่มีเหตุผลอย่างใดที่จะถือว่าสัญญาค้ำประกันที่จำเลยทำไว้นั้นใช้บังคับไม่ได้ ข้อที่จำเลยฎีกาว่าสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้องมิได้ปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร รับฟังไม่ได้นั้น เห็นว่า คำแถลงรับของจำเลยในวันชี้สองสถานนั้นมีความหมายว่าจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้จริง และความในสัญญาค้ำประกันมีดังที่ปรากฏอยู่ในสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยแต่เพียงว่า ข้อความตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้องประกอบกับข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงรับกันนั้น จำเลยจะต้องรับผิดตามฟ้องหรือไม่ ดังนี้ ถึงหากว่าต้นฉบับหนังสือสัญญาค้ำประกันนั้นจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ ก็ไม่สำคัญ เพราะศาลหาจำต้องอาศัยต้นฉบับหนังสือสัญญานั้นมาใช้ในการวินิจฉัยด้วยไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2513 นางปราณี เที่ยงธรรม โจทก์ ร.ท.เปรม กลิ่นโกศล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปราณี เที่ยงธรรม · จำเลย - ร.ท.เปรม กลิ่นโกศล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวัฒนา ชิตวารี · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส ศรีวรรธนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 1090/2530ฎีกา 6938/2539ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2721/2548ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1800/2511ฎีกา 945/2504ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2423/2550ฎีกา 1763/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 1940/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา