⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1730/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงระงับคดีอาญาแผ่นดินโดยคู่กรณีเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

บุตรจำเลยขับจักรยานยนต์ชนบุตรโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสโจทก์จำเลยจึงได้ทำสัญญาปรองดองกัน โดยฝ่ายจำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น ฝ่ายโจทก์ไม่เอาความผิดในคดีอาญา ดังนี้วัตถุประสงค์ของสัญญามีผลเท่ากับตกลงให้ระงับคดีอาญาแผ่นดินเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาจึงตกเป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญายอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในกรณีที่นายวรชัยบุตรจำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ชนเด็กชายปรีชาและเด็กหญิงเยาวดีบุตรโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยความประมาทขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าตามข้อสัญญา จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายเมื่อโจทก์ไม่เอาความผิดในคดีอาญา แต่โจทก์กลับไปแจ้งความให้ดำเนินคดีแก่บุตรจำเลย โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา และสัญญามีวัตถุประสงค์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญามีข้อความกำหนดไว้ว่าผู้เสียหายไม่เอาความผิดในคดีอาญา คือ เป็นข้อตกลงกันที่มิให้ฟ้องคดีอาญาแผ่นดินข้อตกลงนี้จึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นโมฆะ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างอุทธรณ์จำเลยถึงแก่กรรม ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งตั้งให้ ร้อยตรีไพโรจน์และนายปริญญาบุตรจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยตามคำร้องของโจทก์ และศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า สัญญาท้ายฟ้องมุ่งประสงค์เรื่องการชดใช้ค่าเสียหายในกรณีละเมิด มิใช่มุ่งประสงค์จะระงับการฟ้องร้องคดีอาญา เป็นสัญญาที่สมบูรณ์บังคับได้ ไม่เป็นโมฆะ แต่ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นอื่น ๆ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ ผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาข้อ ๑ มีความว่า "เนื่องด้วยนายวรชัยนาคฉัตรีย์ บุตรนายชด นาคฉัตรีย์ ได้ขี่จักรยานยนต์ชนบุตรนางทิพย์สงวนสัตย์ กับบุตรนายเกื้อ แย้มผอบ บาดเจ็บ ๔ คน แต่ผู้เสียหายยอมทำสัญญาปรองดองกัน นายชด นาคฉัตรีย์ ยอมเป็นผู้รับใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น ฝ่ายผู้เสียหายไม่เอาความผิดในคดีอาญา" ส่วนสัญญาข้อต่อ ๆ ไปเป็นเรื่องกำหนดรายการค่าเสียหาย สัญญาดังกล่าวมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนคือ จำเลยมีหน้าที่ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ และโจทก์มีหน้าที่ไม่เอาผิดในคดีอาญาที่บุตรจำเลยขับรถชนบุตรโจทก์ ซึ่งหมายถึงโจทก์จะต้องไม่ไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับบุตรจำเลยในข้อหาขับรถจักรยานยนต์ชนบุตรโจทก์โดยประมาทอันเป็นคดีอาญาแผ่นดิน เหตุที่จำเลยทำสัญญายอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ก็โดยมุ่งประสงค์ไม่ให้โจทก์แจ้งความดำเนินคดีอาญาแผ่นดินต่อบุตรจำเลยเป็นการตอบแทนกันวัตถุประสงค์ของสัญญาจึงมีผลเท่ากับตกลงให้ระงับคดีอาญาแผ่นดิน จึงเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2513 นางทิพย์ สงวนสัตย์ โจทก์ นายชด นาคฉัตรีย์ โดยร้อยตำรวจตรีไพโรจน์ นาคฉัตรีย์ และนายปริญญา นาคฉัตรีย์ เข้าเป็นคู่ความแทนที่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทิพย์ สงวนสัตย์ · นาคฉัตรีย์ - นายชด นาคฉัตรีย์ โดยร้อยตำรวจตรีไพโรจน์ · จำเลย - และนายปริญญา นาคฉัตรีย์ เข้าเป็นคู่ความแทนที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ประสาท สุคนธมาน · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3245/2534ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 548/2522ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 3024/2528ฎีกา 953/2505ฎีกา 3053/2527ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 174/2538ฎีกา 2635/2527ฎีกา 5712/2545ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 380/2530ฎีกา 2157/2543ฎีกา 3115/2529ฎีกา 718/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา