⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 223-224/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223-224/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้ที่สมัครใจเข้าวิวาททำร้ายกันเอง ไม่มีสิทธิเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายที่จะฟ้องร้องผู้อื่นในคดีอาญาได้ 2. หากการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์มีองค์ประกอบความผิดฐานทำร้ายร่างกายรวมอยู่ด้วย และศาลฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ศาลสามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้ แม้จะพิสูจน์ความผิดฐานชิงทรัพย์ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยต่างสมัครใจเข้าวิวาททำร้ายกันและกัน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยได้ แม้พยานหลักฐานของอัยการโจทก์จะไม่พอฟังว่าจำเลยได้ร่วมกันชิงทรัพย์ของผู้เสียหายแต่ความผิดฐานชิงทรัพย์นี้ อัยการโจทก์บรรยายฟ้องรวมความผิดฐานทำร้ายร่างกายอยู่ด้วย และคดีฟังได้ว่าจำเลยได้ทำร้ายผู้เสียหายบาดเจ็บ ศาลจึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลพิจารณารวมกัน สำนวนแรกนายปันเป็นโจทก์ฟ้องนายเลื่อนเป็นจำเลยว่า จำเลยบังอาจใช้อาวุธสนับมือชกทำร้ายร่างกายโจทก์หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว และป่วยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า ๒๐ วัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ (๔) (๘) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป นายเลื่อน แก้วมะคำ จำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนสำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจร่วมกันชิงเอารถจักรยานสองล้อ ๑ คัน ของนายบุญเลื่อน แก้วมะคำ ไป โดยจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายชกต่อยนายบุญเลื่อน และได้ใช้ไม้เป็นอาวุธตีทำร้ายนายบุญเลื่อนด้วย ขอให้ลงโทษาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ นายบุญเลื่อนหรือเลื่อน แก้วมะคำ ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า นายปันกับนายใจจำเลยร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้กำลังกายประทุษร้ายชกต่อยและใช้ไม้เป็นอาวุธตีทำร้ายนายบุญเลื่อนหรือเลื่อนโจทก์ร่วม ได้รับอันตรายแก่กายบาดเจ็บ จึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์ ส่วนคดีที่นายปัน ใจสูง เป็นโจทก์ฟ้องนายบุญเลื่อนหรือเลื่อนฟังว่า นายบุญเลื่อนหรือเลื่อนทำร้ายนายปัน ใจสูง ได้รับอันตรายสาหัสจริง แต่เป็นการป้องกันตัวและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ นายบุญเลื่อนหรือเลื่อนจึงไม่มีความผิด พิพากษาว่านายปัน ใจสูง นายใจ อินทนนท์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๘๓ ให้จำคุกคนละ ๔ ปี ให้ยกฟ้องคดีที่นายปัน ใจสูง เป็นโจทก์ ปล่อยนายบุญเลื่อนหรือเลื่อน นายปัน ใจสูง นายใจ อินทนนท์ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานชิงทรัพย์เฉพาะนายปัน ใจสูง อุทธรณ์ขอให้ลงโทษนายบุญเลื่อนหรือเลื่อนในข้อหาฐานทำร้ายร่างกายถึงสาหัสตามฟ้องด้วย ศาลอุทธรณ์ปรึกษาแล้ว ไม่เชื่อว่านายปัน ใจสูง นายใจ อินทนนท์ ชิงรถจักรยานของนายบุญเลื่อนหรือเลื่อน แต่เชื่อว่านายบุญเลื่อนหรือเลื่อนทำร้ายนายปัน ใจสูง ถึงสาหัส พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า นายบุญเลื่อนหรือเลื่อนจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ (๘) จำคุกหกเดือน ให้ยกฟ้องคดีของพนักงานอัยการจังหวัดลำพูนโจทก์ และนายบุญเลื่อนโจทก์ร่วม ปล่อยนายปัน นายใจ จำเลย พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน และนายบุญเลื่อนหรือเลื่อนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า นายปันและนายบุญเลื่อนโต้เถียงกันก่อนแล้วจึงได้ชกต่อยกัน และไม่ปรากฏว่านายใจได้เข้าร่วมชกต่อยนายบุญเลื่อนด้วย กรณีเป็นเรื่องนายปันกับนายบุญเลื่อนต่างสมัครใจเข้าวิวาททำร้ายกันและกัน นายปันจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ศาลลงโทษนายบุญเลื่อนได้ ส่วนในข้อหาว่านายปันกับนายใจร่วมกันชิงรถจักรยานของนายบุญเลื่อนนั้น พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่านายปันนายใจได้ร่วมกันชิงรถจักรยานของนายบุญเลื่อนดังฟ้อง แต่ความผิดฐานชิงทรัพย์ โจทก์บรรยายฟ้องรวมความผิดฐานทำร้ายร่างกายอยู่ด้วย และคดีฟังได้ว่านายปันผู้เดียวได้ทำร้ายนายบุญเลื่อนบาดเจ็บ จึงลงโทษนายปันในความผิดฐานนี้ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า นายปัน ใจสูง จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ให้จำคุกนายปัน ใจสูง จำเลยสามเดือน แต่นายปัน ใจสูง จำเลย ต้องขังมาพอแก่โทษแล้ว ให้ปล่อยตัวไป ให้ยกฟ้องคดีที่นายปัน ใจสูง เป็นโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223 - 224/2513 นายปัน ใจสูง โจทก์ นายเลื่อน แก้วมะคำ จำเลย พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายบุญเลื่อน แก้วมะคำ โจทก์ร่วม นายปัน ใจสูงที่ 1 นายใจ อินท์นนท์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปัน ใจสูง · จำเลย - นายเลื่อน แก้วมะคำ · โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน · โจทก์ร่วม - นายบุญเลื่อน แก้วมะคำ · จำเลย - นายปัน ใจสูงที่ 1 นายใจ อินท์นนท์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน พูนคำ · จำรูญ โชติรัต · แถม สิริสาลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายรังสฤษฎิ์ ไชยเลิศ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด มงคลชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1336/2553ฎีกา 8080/2538ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 852/2464ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 863/2486ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา