⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 286/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว คำพิพากษานั้นมีผลผูกพันคู่ความให้ต้องปฏิบัติตามสัญญา และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญา คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิบังคับตามคำพิพากษาได้ โดยไม่ต้องนำบทบัญญัติเรื่องการเลิกสัญญามาใช้บังคับ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล ศาลได้พิพากษาคดีเสร็จเด็ดขาดและได้มีคำบังคับให้โจทก์จำเลยปฏิบัติสัญญานั้นแล้ว ต่อมาโจทก์จำเลยต่อโต้เถียงกันว่าฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา โดยโจทก์ว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่โอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้ จำเลยว่าโจทก์ไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ตามนัด ถือว่าโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ได้จะโอนขายให้ผู้อื่นซึ่งให้ราคาสูงกว่า ตามสัญญาจำเลยจะต้องทำการรังวัดให้ทราบเนื้อที่ให้แน่นอนและมีหน้าที่แบ่งแยกที่ดินพิพาทกับเจ้าของร่วมคนอื่นก่อน แล้วจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ได้ จำเลยยังไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนี้ จะถือว่าโจทก์ผิดสัญญาไม่ได้ โจทก์จึงคงมีสิทธิบังคับให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทตามคำพิพากษาตามยอมได้ บทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 388 เป็นบทใช้กับการเลิกสัญญา แต่กรณีนี้เป็นการบังคับตามคำพิพากษา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.388 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมความกันต่อหน้าศาล ศาลได้พิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด และได้มีคำบังคับให้โจทก์จำเลยปฏิบัติตามสัญญานั้นแล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อสำคัญว่า จำเลยตกลงขายที่ดินแปลงพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขายท้ายฟ้อง จำเลยยอมนำเจ้าพนักงานรังวัดที่ดินพิพาทเพื่อทราบเนื้อที่แน่นอนภายในกำหนด ๓ เดือน ถ้าไม่เสร็จให้จำเลยแถลงต่อศาล เมื่อจำเลยรังวัดทราบเนื้อที่แน่นอนแล้วจะแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าก่อน ๗ วัน เพื่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ต่อมาโจทก์ร้องต่อศาลว่า ได้รับหนังสือจากทนายจำเลยแจ้งว่าได้ทำรังวัดทราบเนื้อที่แน่นอนจะขายแล้ว นัดให้โจทก์ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์มิได้รู้เห็นด้วยในการรังวัดจึงไม่แน่ใจว่าเป็นความจริง โจทก์ขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินรายงานผลการรังวัดที่ดินรายนี้ นัดสอบถามคู่ความให้ถูกต้องก่อน ศาลสั่งนัดพร้อมถึงวันนัด จำเลยมาศาลแต่โจทก์ไม่มา จำเลยแถลงว่าได้รังวัดที่พิพาทแน่นอนแล้ว พร้อมจะโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยยื่นคำร้องว่าได้แจ้งให้โจทก์มารับโอนและชำระเงิน โจทก์ไม่มาถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ศาลสั่งถอนอายัดที่พิพาท เพื่อจำเลยจะได้โอนขายให้แก่ผู้อื่น โจทก์ร้องว่าศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว โจทก์ได้สอบถามเจ้าพนักงานที่ดินทราบว่าการจดทะเบียนโอนยังทำไม่ได้ตามที่จำเลยนัด เพราะจะต้องจดทะเบียนแบ่งแยกระหว่างจำเลยและผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมก่อน ต่อมาโจทก์ได้รับหนังสือจากทนายจำเลยว่า โจทก์ผิดสัญญาและปฏิเสธไม่โอนที่ดินให้โจทก์ จะขายให้ผู้อื่นซึ่งราคาสูงกว่า จึงขอให้ศาลไต่สวนและบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา หากขัดขืนขอให้กักขังจำเลย จำเลยแถลงคัดค้านว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีสิทธิร้องให้ศาลบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าจำเลยยังไม่พร้อมที่จะโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญายอม โจทก์ไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงมีคำสั่งให้จำเลยจัดการจดทะเบียนแบ่งแยกระหว่างจำเลยกับผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมก่อนแล้วดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันต่อไป จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความสัญญาจึงเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๘ โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้ศาลบังคับจำเลยโอนขายให้โจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะได้ทำการรังวัดทราบเนื้อที่แน่นอนแล้วก็ตาม แต่จำเลยยังมีหน้าที่จะต้องจดทะเบียนแบ่งแยกกับเจ้าของร่วมคนอื่นก่อนจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ได้ และจำเลยก็มิได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนี้ ฉะนั้นจะถือว่าโจทก์ผิดสัญญาไม่ได้ จำเลยจะอาศัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๘ บังคับในกรณีนี้ไม่ได้เพราะ มาตรา ๓๘๘ เป็นบทบัญญัติสำหรับใช้กับการเลิกสัญญา แต่กรณีนี้เป็นการบังคับตามคำพิพากษา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2513 นางจี๊ มูซอ โจทก์ นายหมัด อิบรอเฮม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจี๊ มูซอ · จำเลย - นายหมัด อิบรอเฮม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สว่าง ภูวะปัจฉิม · ยง เหลืองรังษี · ชลอ บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายผัน บุญชิต · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. ทองเพิ่ม ทองแถม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2335/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 7168/2542ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1591/2495ฎีกา 8207/2538ฎีกา 82/2512ฎีกา 953/2505ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 7339/2540ฎีกา 3222/2525ฎีกา 174/2538ฎีกา 2169/2523ฎีกา 577/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา