⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 463/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2513

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าคนร้ายบังอาจลักเอาโทรทัศน์ยี่ห้อ อาร์.ที. เอ.ขนาด 19 นิ้วของผู้เสียหายไป เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยโทรทัศน์ของกลาง ทางพิจารณาผู้เสียหายเบิกความว่าโทรทัศน์ที่ถูกคนร้ายลักไปยี่ห้อเซียร่า จึงต้องฟังว่าโทรทัศน์ของกลางกับของผู้เสียหายเป็นโทรทัศน์คนละเครื่อง เพราะต่างยี่ห้อกัน โทรทัศน์ของกลางอาจไม่ใช่ของผู้เสียหายที่หายไป แม้จะฟังว่าจำเลยได้รับโทรทัศน์ของกลางไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์จริง ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะโทรทัศน์ของกลางไม่ใช่ของผู้เสียหายดังโจทก์ฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้มีคนร้ายบังอาจลักเอาโทรทัศน์ยี่ห้อ "อาร์.ที.เอ." ขนาด๑๙ นิ้ว ราคา ๔,๕๐๐ บาท ของผู้เสียหายไป ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยโทรทัศน์ที่ถูกลักไปเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๑)(๗) หรือ ๓๕๗ และขอให้สั่งคืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหาย จึงลงโทษฐานลักทรัพย์ไม่ได้ ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้น โจทก์ฟ้องว่าโทรทัศน์ยี่ห้อ อาร์.ที.เอ. ถูกคนร้ายลักไป และจับโทรทัศน์ยี่ห้อนี้จากจำเลย แต่ผู้เสียหายเบิกความว่าโทรทัศน์ของผู้เสียหายยี่ห้อเซียร่า ดังนี้ ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการกระทำผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยจึงไม่ตรงตามที่อ้างในฟ้อง ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงไม่ได้ความดังฟ้องอันเป็นสารสำคัญแห่งคดี จะลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ไม่พอฟังลงโทษจำเลยทั้งสองได้เพราะโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็น ส่วนข้อหาฐานรับของโจรฟังว่า เจ้าพนักงานจับกุมกับผู้เสียหายว่าโทรทัศน์ของกลางที่จับได้เป็นเครื่องเดียวกับของผู้เสียหายที่ถูกลักไป จำเลยไม่ได้เถียงกรรมสิทธิ์ ทั้งไม่ได้หลงข้อต่อสู้ที่ผู้เสียหายเบิกความถึงโทรทัศน์คลาดเคลื่อนเป็นผิดในเรื่องรายละเอียดเล็กน้อย มิใช่สารสำคัญถึงกับจะต้องยกฟ้อง และฟังว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานรับของโจรพิพากษาแก้ลงโทษจำคุก ๑ ปี นอกนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับโทรทัศน์จากนายใจ๋แล้วนำมาให้ผู้เสียหายเพื่อเรียกค่าไถ่ เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ ๑พร้อมด้วยโทรทัศน์ของกลางปรากฏว่าเป็นโทรทัศน์ยี่ห้อ อาร์.ที.เอ. แต่ผู้เสียหายเบิกความว่าโทรทัศน์ที่ถูกคนร้ายลักไปยี่ห้อเซียร่า ดังนี้ จึงต้องฟังว่าโทรทัศน์ของกลางกับของผู้เสียหายที่หายไปเป็นโทรทัศน์คนละเครื่องเพราะต่างยี่ห้อกันแม้จะฟังว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับโทรทัศน์ของกลางไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์จริง ก็ลงโทษจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ เพราะโทรทัศน์ของกลางไม่ใช่ของผู้เสียหายดังโจทก์ฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2513 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเซียะ แซ่โค้ว ที่ 1 นายฟัก หรือพัก สงวนสิงห์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายเซียะ แซ่โค้ว ที่ 1 นายฟัก หรือพัก สงวนสิงห์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน พูนคำ · จำรูญ โชติรัต · แถม สิริสาลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายจำรูญ แย้มงามเหลือ · ศาลอุทธรณ์ - นายกฤษณ์ โสภิตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา