⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 769/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 769/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่หน่วยงานของรัฐปล่อยปละละเลยให้ทรัพย์สินสาธารณะชำรุดเสียหายจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ถือเป็นการกระทำละเมิด แต่หากผู้เสียหายมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วย ศาลจะกำหนดค่าสินไหมทดแทนโดยอาศัยพฤติการณ์แห่งกรณีเป็นประมาณ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นเทศบาลมีหน้าที่ดูแลสะพานให้มีความมั่นคงแข็งแรงการที่จำเลยปล่อยปละละเลยให้สะพานผุพัง ราวสะพานเป็นช่องโหว่อยู่ก่อนผู้เสียหายตกลงไปไม่รีบซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยปลอดภัย นับว่าเป็นการประมาทเลินเล่อของจำเลยอันเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้เสียหายเมื่อพิเคราะห์ถึงการที่โจทก์ตกสะพานไป โดยไม่เดินอย่างคนธรรมดามัวแต่จับตาอยู่ดูการชกต่อยระหว่างเด็ก 2 คน เสียและเอาหลังพิงราวสะพานเอามือรูดไปจนถึงช่องโหว่จนตกไป เช่นนี้ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความผิดของโจทก์อยู่ด้วย ถือได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะความผิดของโจทก์มีส่วนประกอบด้วย ค่าสินไหมทดแทนอันโจทก์ควรจะได้รับมากน้อยเพียงใด จึงต้องอาศัยพฤติการณ์แห่งกรณีดังกล่าวข้างต้นเป็นประมาณ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 223

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ม.50 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นเทศบาลเมือง ไม่ตรวจตราดูแลซ่อมแซมสะพานข้ามห้วยน้ำปุ๊ตอนที่ชำรุดหักพังให้ดีเป็นปกติ โจทก์คือเด็กหญิงศรีนวลเดินข้ามสะพานแล้วตกลงไปกระทบดินหรือหินกระดูกต้นขาซ้ายหักเดินไม่ได้ทั้งนี้ เนื่องจากจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ซ่อมรั้วราวสะพาน ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๖,๕๘๐ บาท ฯลฯ จำเลยให้การว่า เหตุที่ตกเป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์เองจำเลยมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๔,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นผู้ดูแลสะพานให้มีความมั่นคงแข็งแรงและเรียบร้อย การที่จำเลยปล่อยปละละเลยให้สะพานผุพัง ราวสะพานเป็นช่องโหว่อยู่ก่อนผู้เสียหายตกลงไปประมาณ ๒ เดือน ไม่รีบซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยปลอดภัยจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายตกลงไปทางช่องโหว่นั้น ก็นับว่าเป็นการประมาทเลินเล่อของจำเลย อันเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้เสียหาย ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงการที่โจทก์ตกสะพานไปโดยไม่เดินอย่างคนธรรมดา มัวแต่จับตาอยู่ดูการชกต่อยระหว่างเด็ก ๒ คนเสีย และเอาหลังพิงราวสะพานเอามือรูดไปจนถึงช่องโหว่จนตกไป เช่นนี้ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความผิดของโจทก์อยู่ด้วยถือได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะความผิดของโจทก์ประกอบด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๒ ค่าสินไหมทดแทนอันโจทก์ควรจะได้รับมากน้อยเพียงใด จึงต้องอาศัยพฤติการณ์แห่งกรณีดังกล่าวข้างต้นเป็นประมาณ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๒๓ โดยเฉพาะเรื่องนี้ศาลฎีกาเห็นสมควรให้โจทก์ได้รับค่าสินไหมทดแทน ๗,๓๐๐ บาท พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๗,๓๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 769/2513 เด็กหญิงศรีนวล จันทร์เพ็ญ โดยนางผล จันทร์เพ็ญ มารดาผู้แทนโดยชอบ ธรรม โจทก์ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยนายชุ่ม บุญเรือง นายกเทศมนตรี ที่ 1 กับพวก รวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความมารดาผู้แทนโดยชอบ - เด็กหญิงศรีนวล จันทร์เพ็ญ โดยนางผล จันทร์เพ็ญ · โจทก์ - ธรรม · กับพวก - เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยนายชุ่ม บุญเรือง นายกเทศมนตรี ที่ 1 · จำเลย - รวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ จามรมาน · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน - นายชัยรัตน์ ชั้นเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง พุทธสถิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8137/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา