คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอิสระในการวินิจฉัยพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และการวินิจฉัยว่าคำเบิกความของพยานน่าเชื่อถือหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ย่อคำพิพากษา
อุทธรณ์อ้างเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีขัดแย้งและฝ่าฝืนต่อคำพยานหลักฐานในท้องสำนวน เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกไปจากที่ปรากฏในสำนวน หรือยกเอาเรื่องนอกสำนวนขึ้นวินิจฉัย หากแต่ศาลชั้นต้นยกเอาถ้อยคำของพยานโจทก์เหล่านั้นขึ้นมาประกอบเป็นข้อวินิจฉัยว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความจริงตามฟ้องของโจทก์ ดังนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ย่อมเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฉ้อโกงโจทก์ โดยใช้อุบายหลอกลวงให้โจทก์ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน โจทก์หลงเชื่อจึงให้เงินเป็นมัดจำแก่จำเลยไป แล้วต่อมาจำเลยกลับโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นไป ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งมีมูล ประทับฟ้องเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ ยกฟ้องตัวจำเลยที่ ๒
จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ ๑ มิได้มีเจตนาทุจริตมาแต่แรกยังไม่เป็นการฉ้อโกงโจทก์ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้โจทก์จะพยายามดัดแปลงให้เป็นข้อกฎหมายอย่างไรก็ตาม อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อก็เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา ๒๒ จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ให้ยกคำร้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของโจทก์สรุปเป็นความสำคัญได้ประการเดียวว่า โจทก์อ้างว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายก็เพราะศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีขัดแย้งและฝ่าฝืนต่อคำพยานหลักฐานในท้องสำนวนเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความศาลฎีกาได้ตรวจคำเบิกความของพยานโจทก์จำเลยโดยตลอดแล้ว เห็นว่าศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกไปจากที่ปรากฏในท้องสำนวนหรือยกเอาเรื่องนอกสำนวนขึ้นมาวินิจฉัยให้ขัดแย้งหรือฝ่าฝืนต่อพยานหลักฐานในท้องสำนวนประการใดเลย หากแต่ศาลชั้นต้นยกเอาถ้อยคำของพยานโจทก์เหล่านั้นขึ้นมาประกอบเป็นข้อวินิจฉัยว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวแล้วมีเหตุผลไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความจริงดังที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยคดีของโจทก์จึงต้องถูกยกฟ้องด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสองที่วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2514
นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง โจทก์
นายวิรัตน์ เฉียบฉลาด ที่ 1 นางจำเนียร เฉียบฉลาด ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง · จำเลย - นายวิรัตน์ เฉียบฉลาด ที่ 1 นางจำเนียร เฉียบฉลาด ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา