⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1268/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอิสระในการวินิจฉัยพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน และการวินิจฉัยว่าคำเบิกความของพยานน่าเชื่อถือหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์อ้างเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีขัดแย้งและฝ่าฝืนต่อคำพยานหลักฐานในท้องสำนวน เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกไปจากที่ปรากฏในสำนวน หรือยกเอาเรื่องนอกสำนวนขึ้นวินิจฉัย หากแต่ศาลชั้นต้นยกเอาถ้อยคำของพยานโจทก์เหล่านั้นขึ้นมาประกอบเป็นข้อวินิจฉัยว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความจริงตามฟ้องของโจทก์ ดังนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ย่อมเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.217 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฉ้อโกงโจทก์ โดยใช้อุบายหลอกลวงให้โจทก์ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน โจทก์หลงเชื่อจึงให้เงินเป็นมัดจำแก่จำเลยไป แล้วต่อมาจำเลยกลับโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นไป ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งมีมูล ประทับฟ้องเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ ยกฟ้องตัวจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ ๑ มิได้มีเจตนาทุจริตมาแต่แรกยังไม่เป็นการฉ้อโกงโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้โจทก์จะพยายามดัดแปลงให้เป็นข้อกฎหมายอย่างไรก็ตาม อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อก็เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา ๒๒ จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ให้ยกคำร้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของโจทก์สรุปเป็นความสำคัญได้ประการเดียวว่า โจทก์อ้างว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายก็เพราะศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อสำคัญแห่งคดีขัดแย้งและฝ่าฝืนต่อคำพยานหลักฐานในท้องสำนวนเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความศาลฎีกาได้ตรวจคำเบิกความของพยานโจทก์จำเลยโดยตลอดแล้ว เห็นว่าศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกไปจากที่ปรากฏในท้องสำนวนหรือยกเอาเรื่องนอกสำนวนขึ้นมาวินิจฉัยให้ขัดแย้งหรือฝ่าฝืนต่อพยานหลักฐานในท้องสำนวนประการใดเลย หากแต่ศาลชั้นต้นยกเอาถ้อยคำของพยานโจทก์เหล่านั้นขึ้นมาประกอบเป็นข้อวินิจฉัยว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวแล้วมีเหตุผลไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความจริงดังที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยคดีของโจทก์จึงต้องถูกยกฟ้องด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้วนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสองที่วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2514 นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง โจทก์ นายวิรัตน์ เฉียบฉลาด ที่ 1 นางจำเนียร เฉียบฉลาด ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง · จำเลย - นายวิรัตน์ เฉียบฉลาด ที่ 1 นางจำเนียร เฉียบฉลาด ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน พูนคำ · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4226/2539ฎีกา 2302/2535ฎีกา 1173/2530ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 2365/2537ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 3879/2542ฎีกา 1521/2503ฎีกา 462/2536ฎีกา 765/2502ฎีกา 1342/2530ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522ฎีกา 6509/2549ฎีกา 2738/2534ฎีกา 298/2567ฎีกา 2130/2548ฎีกา 1651/2514ฎีกา 477/2535ฎีกา 3011/2532ฎีกา 1044/2499ฎีกา 1806/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา