⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1363/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องขอต่อศาลในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึดทรัพย์สินตามมาตรา 158 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอต่อศาลในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึดทรัพย์สินตามมาตรา 158 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายนั้น ผู้ร้องจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2511 ม.11 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีที่มีโฉนด ๑ แปลง ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องได้ยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าที่ดินที่ยึดเป็นของผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว มีคำสั่งไม่ให้ถอนการยึดผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอให้ศาลชั้นต้นสอบสวนหรือสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนใหม่ แล้วมีคำสั่งให้ถอนการยึด ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำร้องของผู้ร้องเป็นคำร้องตามมาตรา ๑๕๘ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ให้ตีราคาที่ดินที่ถูกยึดแล้วเสียค่าธรรมเนียมศาลอย่างคดีธรรมดา ผู้ร้องทราบคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลายไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีแพ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีถือได้ว่ามีการโต้แย้งสิทธิกันระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กับผู้ร้อง ซึ่งศาลต้องดำเนินการพิจารณาและมีคำสั่งชี้ขาดเหมือนอย่างคดีธรรมดาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๘ และตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑ ก็ได้บัญญัติเป็นการเฉพาะไว้แล้วว่าค่าธรรมเนียมศาลในคดีล้มละลายให้คิดอัตราอย่างไร และได้กล่าวด้วยว่า ค่าธรรมเนียมนอกจากที่ระบุไว้นั้นคิดอัตราเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนี้ค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๕๘ จึงเป็นกรณีนอกเหนือจากที่ได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะดังกล่าวแล้ว และกรณีที่ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ได้บัญญัติให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอตามมาตรา ๑(๓) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คำร้องขอเป็นคำฟ้อง ฉะนั้น ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการยื่นคำร้องนี้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๙ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2514 พันตำรวจเอกขุนนครรัฐเขตต์ โจทก์ นายสม พ่วงภักดี ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย นายลำดวน สุวรรณพินทะ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตำรวจเอกขุนนครรัฐเขตต์ · จำเลย - นายสม พ่วงภักดี ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · ผู้ร้อง - นายลำดวน สุวรรณพินทะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายฉันท์ วรวิทย์สัตถญาน · ศาลอุทธรณ์ - นายประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 5882/2541ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1913/2520ฎีกา 4024/2536ฎีกา 795/2510ฎีกา 5640/2540ฎีกา 469/2531ฎีกา 7168/2542ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1145/2512ฎีกา 8337/2540ฎีกา 8277/2551ฎีกา 5449/2531ฎีกา 7279/2540ฎีกา 3260/2528ฎีกา 5887/2550ฎีกา 1748/2511ฎีกา 10842/2558ฎีกา 851/2487ฎีกา 4977/2533ฎีกา 1251/2493ฎีกา 10930/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา