⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3260/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3260/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำแถลงการณ์ที่ยื่นโดยฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่ได้ส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่าย ไม่มีผลเสียไป

ย่อคำพิพากษา

คำแถลงการณ์เป็นเพียงคำเสนอของคู่ความเพื่อให้ศาลพิเคราะห์ข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงของฝ่ายตน เป็นการสรุปคดีในข้อที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ตน ซึ่งจะต้องปรากฏอยู่ในท้องสำนวนเท่านั้น แม้คู่ความจะไม่ทำคำแถลงการณ์ศาลก็จะต้องพิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงตลอดท้องสำนวนอยู่แล้ว ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 186 มิได้มีบทบังคับในกรณีที่คู่ความฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการส่งสำเนาคำแถลงการณ์คำแถลงการณ์ที่ยื่นฝ่าฝืนกฎหมายโดยไม่ได้ส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่ายจึงหามีผลเสียไปไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.186 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ โจทก์ลาออกจากงานโดยจำเลยไม่จ่ายเงินตอบแทนผลประโยชน์ซึ่งต้องจ่ายให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าไม่มีข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยในเรื่องจ่ายเงินตอบแทนผลประโยชน์ โจทก์ทำหน้าที่บกพร่อง ฝ่าฝืนคำสั่ง่ของจำเลยก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย ขาดงานเกินกว่าสามวันขึ้นไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่สามารถได้รับเงินตอบแทนผลประโยชน์ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คำแถลงการณ์เป็นเพียงคำเสนอของคู่ความเพื่อให้ศาลพิเคราะห์ข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงของฝ่ายตน เป็นการสรุปคดีในข้อที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ตน ซึ่งจะต้องปรากฏอยู่ในท้องสำนวน จะนอกเหนือผิดแผกแตกต่างกว่านั้นหาได้ไม่ แม้คู่ความจะไม่ทำคำแถลงการณ์ประการใดเลยศาลก็จำเป็นต้องพิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงตลอดท้องสำนวนอยู่แล้วมิใช่พิเคราะห์เฉพาะเท่าที่คู่ความฝ่ายนั้นเสนอตามคำแถลงการณ์ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๖ จึงไม่มีบทบังคับว่า หากคู่ความฝ่ายที่ทำคำแถลงการณ์ไม่ส่งสำเนาคำแถลงการณ์ไปยังคู่ความฝ่ายอื่นแล้วผลแห่งการฝ่าฝืนกฎหมายนั้นจะเป็นประการใด คำแถลงการณ์ของจำเลยไม่อาจโน้มน้าวทำให้ศาลแรงงานกลางคล้อยตามไปด้วยได้ ศาลแรงงานกลางจึงมิได้หยิบยกคำแถลงการณ์ดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยหากแต่วินิจฉัยด้วยเหตุผลของศาลแรงงานกลางเองโดยเฉพาะ ด้วยเหตุที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิได้มีบทบังคับในกรณีที่คู่ความฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการส่งสำเนาคำแถลงการณ์คำแถลงการณ์ของจำเลยหามีผลเสียไปไม่ กระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางนับแต่จำเลยยื่นคำแถลงการณ์ แม้จะฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะเพิกถอนและไม่อาจจะถือเอาเหตุดังกล่าวเพื่อให้โจทก์ชนะคดีได้ โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีขัดและผิดแผกแตกต่างไปจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน แต่ปรากฏว่าเนื้อหาในอุทธรณ์ของโจทก์สรุปได้ว่าไม่ให้ศาลรับฟังพยานจำเลย ควรรับฟังพยานโจทก์ตามที่โจทก์นำสืบจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานทั้งสิ้น หาใช่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีขัดและผิดแผกแตกต่างไปจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3260/2528 นายจงศักดิ์ ปิยะวัฒนกุล โจทก์ นายชัยพร เสมสันต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจงศักดิ์ ปิยะวัฒนกุล · จำเลย - นายชัยพร เสมสันต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย เอื้ออังคณากุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2844/2543ฎีกา 5101/2550ฎีกา 6296/2545ฎีกา 891/2538ฎีกา 995/2529ฎีกา 7390-7391/2553ฎีกา 1177-1178/2511ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540ฎีกา 3116/2529ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 4810/2542ฎีกา 345/2520ฎีกา 1010/2539ฎีกา 280/2530ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา