⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1424/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาของศาลแรงงานต้องวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาทให้ชัดแจ้งพร้อมเหตุผล หากไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและย้อนสำนวนได้เอง

ย่อคำพิพากษา

คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่วินิจฉัยในประเด็นว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ เพียงแต่สรุปเป็นข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เพราะโจทก์ได้เปอร์เซ็นต์จากค่าขายโฆษณาและมีนามบัตรที่จำเลยให้โจทก์กับคณะไปแสดงต่อบุคคลภายนอกในการติดต่อหาโฆษณาว่าโจทก์และคณะอยู่ที่สำนักงานของจำเลย ไม่ได้วินิจฉัยหรือแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยให้ชัดแจ้งว่าที่รับฟังเช่นนั้นโจทก์มีพยานหลักฐานใดมาแสดง หรือศาลมีเหตุผลในการรับฟังอย่างไร จึงมีผลเท่ากับศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาท เป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 51 ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยไม่ได้อุทธรณ์แต่เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ซึ่งนำมาใช้บังคับในศาลแรงงานกลางตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาทให้ถูกต้องแล้วพิพากษาใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.51

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย โจทก์ได้ลาออกจากงานแล้ว แต่จำเลยค้างชำระค่านายหน้าแก่โจทก์ ทวงถามแล้วก็ไม่ยอมชำระขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่านายหน้าแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ไม่เคยจ้างโจทก์ โจทก์เพียงแต่รับเป็นนายหน้าหาโฆษณาเพื่อลงหนังสือพิมพ์ของจำเลยโดยได้รับค่านายหน้า โจทก์จึงไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยโจทก์เคยรับเงินค่าโฆษณาจากลูกค้ามาแล้ว แต่ยักยอกเสียไม่ส่งมอบให้จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลแรงงานกลาง วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยค้างค่านายหน้าโจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่านายหน้าแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยเพราะโจทก์เพียงเป็นผู้หาโฆษณาให้แก่จำเลยโดยได้รับค่านายหน้าเป็นค่าตอบแทน โจทก์จึงมีฐานเป็นนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๔๕ ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่ากรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างหรือค่านายหน้าจากจำเลยโดยกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่จำเลยให้การปฏิเสธว่าโจทก์มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยเพราะโจทก์เป็นเพียงนายหน้าหาโฆษณาให้แก่จำเลยโดยได้รับค่านายหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์จากเงินค่าโฆษณาที่หามาได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางนั้น ประเด็นข้อพิพาทซึ่งศาลแรงงานกลางจะต้องวินิจฉัยจึงมีโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ ถ้าข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลาง และโดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๑ บัญญัติเรื่องการทำคำพิพากษาหรือคำสั่งไว้ว่า "คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานให้ทำเป็นหนังสือและต้องกล่าวหรือแสดงข้อเท็จจริงที่ฟังได้โดยสรุป และคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีพร้อมด้วยเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยนั้น" ฉะนั้นในการวินิจฉัยหรือรับฟังข้อเท็จจริงที่ว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่นั้น ศาลแรงงานกลางต้องแสดงเหตุผลแห่งการวินิจฉัยหรือการรับฟังให้ชัดแจ้ง คดีนี้ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางรับฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยโดยสรุปเป็นข้อเท็จจริงซึ่งฟังได้ในเบื้องต้นเพียงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างเพราะเป็นลูกจ้างประเภทได้เปอร์เซ็นต์จากค่าขายโฆษณา และมีนามบัตรที่จำเลยให้โจทก์กับคณะไปแสดงต่อบุคคลภายนอกในการติดต่อหาโฆษณาว่าโจทก์และคณะอยู่ที่สำนักงานของจำเลย ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยหรือแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวงให้ชัดแจ้งว่าที่รับฟังโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยนั้น โจทก์มีพยานหลักฐานใดมาแสดงต่อศาลหรือศาลมีเหตุผลในการรับฟังอย่างไรบ้าง การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีโดยวิธีสรุปเป็นข้อเท็จจริงซึ่งรับฟังได้ในเบื้องต้น ย่อมมีผลเท่ากับศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาทตามที่คู่ความโต้เถียงกัน คำพิพากษาของศาลแรงงานไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวปัญหาข้อนี้ แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ แต่เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ (๑) ซึ่งนำมาใช้บังคับในศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และเห็นสมควรย้อนสำนวนไปยังศาลแรงงานกลางเพื่อให้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาทให้ถูกต้องและพิพากษาใหม่ ในชั้นนี้จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดีดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2531 นายสุชาติ สิทธิวัชระชัย โจทก์ บริษัทสาครสยาม จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุชาติ สิทธิวัชระชัย · จำเลย - บริษัทสาครสยาม จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจน์เนืองนิตย์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8700/2542ฎีกา 2844/2543ฎีกา 5101/2550ฎีกา 1178/2494ฎีกา 6296/2545ฎีกา 995/2529ฎีกา 908/2513ฎีกา 6178/2541ฎีกา 2909/2524ฎีกา 1058/2498ฎีกา 2893/2540ฎีกา 3116/2529ฎีกา 734/2516ฎีกา 273/2501ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา