คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4326/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความยื่นคำให้การ แก้คดี และลงลายมือชื่อรับทราบกำหนดวันเวลานัดชี้สองสถาน ถือว่าจำเลยทราบกำหนดวันเวลานัดนั้นแล้ว และหากจำเลยหรือทนายความไม่มาศาลในวันนัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา
ย่อคำพิพากษา
จำเลยแต่งให้ ส. เป็นทนายความ และให้มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้แทนจำเลย การที่ทนายจำเลยยื่นคำให้การ แก้คดีและลงลายมือชื่อรับทราบกำหนดวันเวลานัดชี้สองสถาน ไว้แล้ว จึงเป็นการกระทำแทนจำเลยโดยชอบ ถือว่าจำเลย ทราบวันเวลานัดชี้สองสถานแล้วด้วย ครั้นถึงกำหนดดังกล่าว จำเลยรวมทั้งทนายจำเลยไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นจึงชี้สองสถาน และกำหนดวันเวลานัดสืบพยานโจทก์ไป การที่ไม่มีผู้ใด ฝ่ายจำเลยไปศาลในวันนัดชี้สองสถานซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ตรี วรรคแรกให้ถือว่าจำเลยและทนายจำเลยได้ทราบกระบวนพิจารณาในวันนั้นแล้ว ซึ่งรวมถึงทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นด้วย เมื่อจำเลยและทนายจำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดีในวันสืบพยานหรือก่อนวันนั้นจึงเป็นการขาดนัดพิจารณาโดยจงใจ และไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ พิจารณาใหม่ การที่ทนายจำเลยทั้งสองไม่แจ้งวันนัดให้จำเลย ทราบเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับทนายจำเลย จำเลยจะนำมาอ้าง เป็นเหตุว่ามิได้จงใจขาดนัดพิจารณาหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 550,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันทำสัญญาจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 22,458 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าไม่จงใจขาดนัดพิจารณา ทนายจำเลยทราบนัดแล้วไม่แจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบและไม่ไปศาลในวันนัด เพราะต้องการให้จำเลยทั้งสองแพ้คดีซึ่งจำเลยทั้งสองจะได้ร้องเรียนต่อสภาทนายความต่อไป
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุสำคัญแห่งการที่ศาลจะอนุญาตให้จำเลยทั้งสองพิจารณาใหม่ตามคำร้องขึ้นอยู่กับข้อที่ว่า ศาลเห็นว่ามีเหตุสมควรเชื่อว่าจำเลยทั้งสองที่ขาดนัดนั้นมาศาลไม่ได้แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏตามคำร้องโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยทั้งสองแต่งให้นายสังเวียน หลัดกอง เป็นทนายความของจำเลยทั้งสอง และให้มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้แทนจำเลยทั้งสองการที่ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การแก้คดีเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2539 และลงลายมือชื่อรับทราบกำหนดวันเวลานัดชี้สองสถานที่จะกระทำในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2539 เวลา 8.30 นาฬิกา ไว้แล้วจึงเป็นการกระทำแทนจำเลยทั้งสองโดยชอบ ถือว่าจำเลยทั้งสองทราบวันเวลานัดชี้สองสถานแล้วด้วย ครั้นถึงกำหนดดังกล่าวจำเลยทั้งสองรวมทั้งทนายจำเลยทั้งสองไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นจึงชี้สองสถานและกำหนดวันเวลานัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 21 มกราคม 2540 เวลา 13 นาฬิกา และวันที่ 27 มกราคม 2540 เวลา 8.30 นาฬิกา การที่ไม่มีผู้ใดฝ่ายจำเลยไปศาลในวันนัดชี้สองสถานประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ตรี วรรคแรกบัญญัติไว้ให้ถือว่าจำเลยทั้งสองและทนายจำเลยทั้งสองได้ทราบกระบวนพิจารณาในวันนั้นแล้วซึ่งรวมถึงทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นด้วย เมื่อจำเลยทั้งสองและทนายจำเลยทั้งสองไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดีในวันสืบพยานหรือก่อนวันนั้น จึงเป็นการขาดนัดพิจารณาโดยจงใจ และไม่มีเหตุสมควรที่จะให้พิจารณาใหม่ ที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าทนายจำเลยทั้งสองไม่แจ้งวันนัดให้จำเลยทั้งสองทราบก็เป็นเรื่องระหว่างจำเลยทั้งสองกับทนายจำเลยทั้งสอง จะนำมาอ้างเป็นเหตุที่มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4326/2541
นาง น้ำ ทิพย์ โชติรัตน์ โจทก์
นาง สม พิศ มีหิรัญ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง น้ำ ทิพย์ โชติรัตน์ · จำเลย - นาง สม พิศ มีหิรัญ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อำนวย หมวดเมือง · พันธาวุธ ปาณิกบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา