⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3784/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3784/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจให้ประนีประนอมยอมความ มีอำนาจใช้ดุลพินิจในการตกลงข้อสัญญาและจำนวนเงินได้เต็มที่ และเมื่อได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลแล้ว คู่กรณีจะอ้างว่าถูกฉ้อฉลไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแต่งตั้งให้ทนายจำเลยมีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ทนายจำเลยย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจเต็มที่ขณะทำสัญญาประนีประนอมต่อหน้าศาลว่าข้อความและจำนวนเงินที่จะตกลงกับโจทก์นั้นเหมาะสมไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน เมื่อทนายจำเลยใช้ดุลพินิจไตร่ตรองแล้วจึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ต่อหน้าศาลไปแล้ว แม้จะมีข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเป็นอย่างอื่นก่อนหน้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความก็ตามจำเลยจะอ้างว่าเป็นการทำไปโดยโจทก์ฉ้อฉลหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.62 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.122

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับซื้อฝากบ้านและที่ดินพิพาทจากจำเลยจนได้กรรมสิทธิ์ต่อมาจำเลยทำสัญญาจะซื้อคืนที่ดินไม่รวมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินแล้วจำเลยผิดสัญญาโจทก์บอกเลิกสัญญาและบอกกล่าวให้จำเลยออกจากบ้านและที่ดินพิพาท จำเลยให้คำมั่นว่าจะออกแล้วเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากบ้านและที่ดินพิพาท และใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อที่ดินพิพาทด้วยสำคัญผิดเพราะสัญญามิได้ลงข้อความว่ารวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง สัญญาจึงตกเป็นโมฆียะ จำเลยขอให้โจทก์แก้ไขสัญญา โจทก์ไม่ยอมแก้ โจทก์ขอให้จำเลยออกไปโดยยินยอมจ่ายค่าทดแทน 40,000 บาท แต่แล้วโจทก์ไม่ยอมจ่าย หนังสือคำมั่นว่าจะออกจากที่ดินพิพาทของจำเลยทำขึ้นโดยเจตนาลวง ขอให้ยกฟ้อง โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลโดยจำเลยและบริวารยินยอมออกจากบ้านและที่ดินพิพาท และโจทก์ยอมให้ค่าขนย้าย10,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยแต่งตั้งให้ทนายจำเลยมีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ทนายจำเลยย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจเต็มที่ขณะทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลว่าข้อความและจำนวนเงินที่จะตกลงกับโจทก์นั้นเหมาะสมไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน โดยทนายจำเลยมีอำนาจต่อรองและจะไม่ยอมตกลงก็ได้ถ้าเห็นว่าจำเลยเสียเปรียบ แม้จะฟังได้ดังจำเลยฎีกาว่ามีข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเป็นอย่างอื่นก่อนหน้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความทนายจำเลยก็มีโอกาสใช้ดุลพินิจไตร่ตรองข้อความและจำนวนเงินว่าสมควรเพียงใด เมื่อทนายจำเลยใช้ดุลพินิจไตร่ตรองแล้วจึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ต่อหน้าศาล ดังนั้น จำเลยจะอ้างว่าเป็นการทำไปโดยโจทก์ฉ้อฉลหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3784/2528 นางสาวยุพา แสงวิไลสาธร โจทก์ นางประมวลวรรณ เวณุโกเศศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวยุพา แสงวิไลสาธร · จำเลย - นางประมวลวรรณ เวณุโกเศศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 946/2509ฎีกา 766/2543ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1748/2511ฎีกา 1275/2482ฎีกา 3053/2527ฎีกา 506/2530ฎีกา 7339/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา