⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1537/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1537/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 สามารถทำเป็นคำร้องขอในคดีไม่มีข้อพิพาทได้ และผู้มีส่วนได้เสียในผลของการประชุมใหญ่นั้นมีสิทธิร้องคัดค้านเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีได้.

ย่อคำพิพากษา

การร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 นั้น อาจทำเป็นคำร้องขออย่างคดีไม่มีข้อพิพาทก็ได้ไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องเป็นคดีมีข้อพิพาท หากมีการดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดหรือทั้งหมด ซึ่งมีส่วนได้เสียในผลของการประชุมใหญ่นั้น ย่อมมีสิทธิร้องคัดค้านเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีได้หาใช่มีสิทธิเฉพาะบริษัทซึ่งมีการประชุมใหญ่เท่านั้นไม่ เมื่อโจทก์มิได้เริ่มต้นคดีด้วยการร้องขออย่างคดีไม่มีพิพาทแต่กลับฟ้องบริษัทเป็นจำเลย ทางที่ผู้มีส่วนได้เสียจะเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีได้จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาด้วยการร้องสอด ผู้ร้องสอดเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการบริษัทจำเลยตามมติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอน ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะเข้ามาในคดีเพื่อขอความรับรองคุ้มครองบังคับตามสิทธิของตนได้ โดยการร้องสอดเข้ามาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) บริษัทจำเลยจะต่อสู้คดีหรือยอมรับตามคำฟ้องหรือขาดนัดไม่ต่อสู้คดีประการใดก็หาเป็นการตัดสิทธิผู้ร้องสอดไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 58 ผู้ร้องสอดตามมาตรา 57(2) ไม่อาจใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่ในกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การผู้ร้องสอดจะร้องสอดเข้ามาเพื่อเป็นจำเลยร่วมหรือแทนที่จำเลยตามมาตรา 57(2) ย่อมหาประโยชน์มิได้ เพราะไม่มีสิทธิในการต่อสู้คดีเช่นเดียวกับจำเลยซึ่งขาดนัด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1195

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยบริษัทจำเลยได้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ ๑/๒๕๑๓ และลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องเลือกตั้งกรรมการบริษัทและย้ายสำนักงานใหญ่ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนมติของที่ประชุมดังกล่าว จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดทั้งสองยื่นคำร้องสอดเข้ามาว่า ผู้ร้องสอดทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยและได้รับเลือกเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ ตลอดมาจนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีก ๑ ปี ตามมติของที่ประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ ๑/๒๕๑๓ ผู้ร้องสอดเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีความจำเป็นเพื่อยังให้ได้การรับรองหรือแสดงว่าการประชุมดังกล่าวได้ดำเนินไปโดยถูกต้อง เพื่อคุ้มครองและบังคับตามสิทธิในฐานะที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ จึงขอร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายในฐานะที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ จึงขอร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑) ว่า การลงมติตั้งกรรมการใหม่เป็นไปโดยถูกต้องแล้ว ส่วนที่เกี่ยวกับการย้ายสำนักงานใหญ่ โจทก์ไม่ติดตามรายงานการประชุมจึงไม่ทราบมติว่าฝ่ายโจทก์ที่ค้านไม่ให้ย้ายชนะคะแนนเสียง ฟ้องโจทก์ข้อนี้ไม่เป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งว่าผู้ร้องสอดเข้ามากรณีไม่เข้าบทบัญญัติมาตรา ๕๗(๑) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นกรณีฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๙๕ ซึ่งอาจทำเป็นคำร้องขออย่างคดีไม่มีข้อพิพาทก็ได้ ไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาทเมื่อมีการดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดหรือทั้งหมดซึ่งมีส่วนได้เสียในผลของการประชุมใหญ่นั้น ย่อมมีสิทธิร้องคัดค้านเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๘ สิทธิที่จะร้องคัดค้านใช่จะมีอยู่แต่เฉพาะบริษัทซึ่งมีการประชุมใหญ่เท่านั้นก็หาไม่ ตามคำร้องของผู้ร้องสอด ปรากฏว่าผู้ร้องสอดทั้งสองเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการตามมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งโจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนดังนี้นผู้ร้องสอดทั้งสองย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียซึ่งมีสิทธิเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีได้เพราะถ้าหากศาลสั่งเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่ สิทธิในการเป็นกรรมการของผู้ร้องสอดทั้งสองตามมติที่ประชุมใหญ่ย่อมจะพลอยเสียผลไปด้วย คดีนี้ โจทก์มิได้เริ่มต้นด้วยการร้องขออย่างคดีไม่มีข้อพิพาทแต่กลับฟ้องบริษัทเป็นจำเลย ทางที่ผู้ร้องสอดจะเข้าเกี่ยวข้องในคดีได้จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาด้วยการร้องสอด ซึ่งผู้ร้องสอดก็ได้ร้องสอดเข้ามาในคดีแล้วโดยอ้างสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑) แต่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าตามประเด็นข้อต่อสู้ในคำร้องสอด เป็นการใช้สิทธิไปในทางต่อสู้คดีกับฝ่ายโจทก์ฝ่ายเดียวและในประเด็นเดียวกับที่บริษัทจำเลยจะต้องต่อสู้หรือยอมรับกับฝ่ายโจทก์ ซึ่งเท่ากับขอเข้ามาใช้สิทธิต่อสู้คดีในฐานะเป็นจำเลยร่วมกับบริษัทจำเลย หรือแทนบริษัทจำเลยนั่นเอง มิใช่ตั้งสิทธิของตนขึ้นมาโดยลำพังโดยขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามตามมาตรา ๕๗(๑) จึงให้ยกคำร้องปัญหาจึงมีว่าผู้ร้องสอดจะร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑) เพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องสอดทั้งสองเป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการบริษัทจำเลยตามมติของที่ประชุมใหญ่ ย่อมมีส่วนได้เสียที่จะเข้ามาในคดีเพื่อขอความรับรองคุ้มครองบังคับตามสิทธิของตนได้ บริษัทจำเลยจะต่อสู้คดีหรือยอมรับตามคำฟ้องหรือขาดนัดไม่ต่อสู้คดีประการใด ก็หาเป็นการตัดสิทธิผู้ร้องสอดแต่อย่างใดไม่โดยเฉพาะคดีนี้บริษัทจำเลยเองก็ขาดนัดยื่นคำให้การ จะให้ผู้ร้องสอดร้องเข้ามาในคดีตามมาตรา ๕๗(๒) เพื่อเป็นจำเลยร่วมหรือแทนที่จำเลย ย่อมหาประโยชน์อันใดมิได้ เพราะตามบทบัญญัติมาตรา ๕๘ ผู้ร้องสอดตามมาตรา ๕๗(๒) ไม่อาจใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่ผลก็คือผู้ร้องสอดไม่มีสิทธิให้การต่อสู้คดีเช่นเดียวกับจำเลยซึ่งขาดนัด ผู้ร้องสอดจึงชอบที่จะขอเข้ามาในคดีได้ตามมาตรา ๕๗(๑) ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำร้องสอดของผู้ร้องสอดไว้พิจารณา ไม่พ้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องสอดฟังขึ้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องสอดของผู้ร้องสอดไว้พิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1537/2514 พันตำรวจตรีมงคล นุตประพันธ์ โจทก์ บริษัทซีไซด์ เอนเตอร์ไพร้ช์ จำกัด โดยนางอัจฉรา บุญเจิม กรรมการผู้จัดการ นายภิรมย์ กมลงาม กรรมการผู้จัดการ และนางสุมาลี คำนวณศิลป์ กรรมการ บริษัทซีไซด์ เอนเตอร์ไพร้ซ์ จำกัด ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตำรวจตรีมงคล นุตประพันธ์ · กรรมการผู้จัดการ - บริษัทซีไซด์ เอนเตอร์ไพร้ช์ จำกัด โดยนางอัจฉรา บุญเจิม · กรรมการ - นายภิรมย์ กมลงาม กรรมการผู้จัดการ และนางสุมาลี คำนวณศิลป์ · ผู้ร้องสอด - บริษัทซีไซด์ เอนเตอร์ไพร้ซ์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · ถาวร หุตะโกวิท · พิชัย รชตะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทัย อติแพทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4092/2543ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา