⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1646/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชกต่อยผู้ตายที่ยกมือทำท่าจะชกต่อยจำเลย เป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึงพอสมควรแก่เหตุ จึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายเมาสุราโมโหคนในรถที่จำเลยกับพวกที่นั่งมากดแตรเพื่อไม่ให้ผู้ตายกระแทกข้างรถ พอพวกของจำเลยคนหนึ่งเดินมาที่รถผู้ตายก็เข้าไปต่อว่าแล้วเกิดเป็นปากเสียงกันขึ้น เมื่อจำเลยเข้าไปจะดึงพวกของจำเลยขึ้นรถ ผู้ตายยกมือขึ้นทำท่าจะชกต่อยจำเลยจำเลยจึงชกต่อยผู้ตายไป 1 ที ถูกผู้ตายล้มศีรษะฟาดพื้นถนนถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา เพราะสมองได้รับความกระเทือน ดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึงพอสมควรแก่เหตุเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๑๒ เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้กำลังกายชกต่อยนายร่วม แกล้วกล้า ถูกบริเวณหน้า ๑ ที นายร่วมล้มหงายศีรษะฟาดพื้นถนนถึงสลบและต่อมาวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ นายร่วมถึงแก่ความตายเพราะเหตุที่สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง เหตุเกิดที่ตำบลเทพกษัตรีย์ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ บวกโทษที่รอการลงโทษเข้ากับคดีนี้ด้วยตามมาตรา ๕๘ จำเลยให้การว่า ได้ต่อยผู้ตายไป ๑ ทีโดยป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยชกผู้ตายถึงแก่ความตายและไม่ใช่ป้องกัน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ จำคุก ๓ ปี เอาโทษจำคุก ๑๕ วันที่รอการลงโทษไว้มารวมด้วยเป็นจำคุก ๓ ปี ๑๕ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยต่อยผู้ตายเพื่อป้องกันตัว จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า ในคืนเกิดเหตุจำเลยได้ชกผู้ตายไป ๑ ที ผู้ตายล้มลงสลบและสมองได้รับความกระเทือนจึงถึงแก่ความตายเพราะเนื่องจากถูกจำเลยชก คงมีปัญหาว่าจำเลยได้กระทำไปเพื่อป้องกันตัวหรือไม่ ปรากฏว่าจำเลยกับผู้ตายและพวกต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และทั้งได้ความจากพยานโจทก์ว่า ทั้งผู้ตายและนายวันต่างกินสุรามึนเมาอยู่ โดยเฉพาะผู้ตายนั้น นายสมบัติพยานโจทก์ว่ายืนตัวเซกระแทกข้างรถ อาจเป็นเพราะเหตุนี้เองคนในรถจึงกดแตรเพื่อไม่ให้มากระแทกข้าง ๆ รถ ศาลฎีกาเชื่อว่าเหตุที่กดแตรนี้เองที่เป็นชนวนให้ผู้ตายซึ่งเมาสุราอยู่บ้างแล้วเกิดโมโหพอดีนายปรีชาซึ่งเคยรู้จักกันกับผู้ตายเดินมาที่รถกับพวก ผู้ตายเข้าไปพูดต่อว่าแล้วเป็นปากเสียงกันขึ้นนายปรีชาจะขึ้นรถ ผู้ตายก็ดึงไว้ พอดีจำเลยเข้ามาจะดึงนายปรีชาขึ้นรถ ตอนนี้เองนายสมบัติพยานโจทก์เบิกความว่าผู้ตายยกมือจะชกจำเลย จำเลยจึงชกผู้ตายไป ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ตายเมาและโกรธอยู่ ส่วนพวกนายปรีชาและจำเลยไม่ปรากฏว่าเมา และพยานโจทก์ก็เบิกความดังกล่าวมาแล้วจึงน่าเชื่อว่าผู้ตายคงทำท่าจะชกจำเลยก่อน จำเลยจึงชกผู้ตายไปเพียง ๑ ทีเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ทั้งจำเลยก็ชกไปเพียง ๑ ทีเท่านั้น เป็นการพอสมควรแก่เหตุแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2514 อัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายบุญโชติ เวทยาวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดภูเก็ต · จำเลย - นายบุญโชติ เวทยาวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประกอบ วณิคพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 1867/2531ฎีกา 729/2508ฎีกา 1548/2531ฎีกา 226/2529ฎีกา 293/2507ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1165/2537ฎีกา 410/2546ฎีกา 182/2532ฎีกา 96/2529ฎีกา 1187/2543ฎีกา 8534/2544ฎีกา 330/2514ฎีกา 1697/2535ฎีกา 1036/2513ฎีกา 4952/2536ฎีกา 1283/2544ฎีกา 699/2510ฎีกา 5131/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา