⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1666/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1666/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ถือเป็นความประมาทเลินเล่อที่ก่อให้เกิดละเมิด และผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้นด้วย เมื่อผู้เสียหายและผู้กระทำละเมิดต่างฝ่ายต่างประมาท การกำหนดความรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนให้พิจารณาถึงพฤติการณ์และระดับความประมาทของแต่ละฝ่ายประกอบกัน ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นต้องพิจารณาตามความจำเป็น ฐานะของผู้ตาย และประเพณี โดยไม่ให้ฟุ่มเฟือยเกินสมควร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นพนักงานของกรมทางหลวงจำเลยที่ 3 ได้ทำการซ่อมทางหลวงและนำรถเคี่ยวยางจอดไว้ในทางเวลากลางคืนโดยไม่จุดไฟไว้ ถือเป็นผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 23 เป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ละเว้นไม่กระทำการอันควรกระทำตามหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่ไปชนเกิดความเสียหายขึ้น ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ทำละเมิด จำเลยที่ 3 ต้องรับผิดร่วมในผลแห่งการละเมิดด้วย จำเลยและผู้ตายต่างประมาทด้วยกัน ฝ่ายไหนจะรับผิดเพียงใดนั้นต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ด้วยว่าฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงใด โจทก์เป็นฝ่ายเสียหายมากแต่เป็นฝ่ายประมาทน้อยกว่า จำเลยเสียหายน้อยแต่ประมาทมากกว่า เห็นควรแบ่งค่าเสียหายออกเป็น 3 ส่วน ให้จำเลยรับผิด 2 ใน 3 ส่วน ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นนี้จะต้องพิจารณาตามสมควรตามความจำเป็นและตามฐานะของผู้ตาย ทั้งต้องพิจารณาถึงประเพณีการทำศพตามลัทธินิยมประกอบด้วย และต้องไม่ใช่รายการที่ฟุ่มเฟือยเกินไป หาใช่ว่าเมื่อจ่ายไปเท่าไรแล้วจะเรียกเอาได้หมด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นภริยานายทองหล่อ ปิยางสุ ผู้ตายโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๖ เป็นบุตร จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ จำเลยทั้งสามมีหน้าที่ตรวจตราทางหลวงและงานทางร่วมกัน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีหน้าที่ควบคุมซ่อมแซมบำรุงรักษาทางหลวงแผ่นดินและดูแลรักษารถล้อเลื่อน หม้อเคี่ยวยางอันเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่และคำสั่งของจำเลยที่ ๓ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๐๘ เวลากลางวันและกลางคืนจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ซ่อมแซมบูรณะทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑ ระหว่างสามแยกบ้านเนียงถึงอำเภอยะหา โดยมิได้ปิดห้ามยานพาหนะสัญจรไปมา จำเลยทั้งสองได้นำเอารถเคี่ยวยางสำหรับลาดถนนไปจอดไว้กลางถนนในเวลากลางคืน และเป็นที่ไม่มีแสงสว่างถึงรถให้เห็นในระยะ ๕๐ เมตร ด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยดังกล่าว นายทองหล่อปิยางสุ ขับขี่รถจักรยานยนต์มาในเส้นทางดังกล่าว มีนายมานพไชยสุวรรณซ้อนท้ายมาเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์นั้นชนกับรถเคี่ยวยางที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ นำมาจอดไว้โดยไม่จุดไฟ รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย นายทองหล่อถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่อโจทก์ คือ ค่าทำศพ ค่าแรงงานค่าอุปการะเลี้ยงดู รวม ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยมีเหตุอันควรที่จะนำรถเคี่ยวยางไปจอดไว้บนเขตทางและจอดไว้ชิดขอบทาง ทั้งได้จุดไฟไว้ในเวลาค่ำคืนนายทองหล่อผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์ที่ขับสวนทางมาแล้วตกรถตาย แม้จะฟังว่าผู้ตายขับขี่ชนรถเคี่ยวยางจริง จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดเพราะเป็นความประมาทของผู้ตายที่ขับรถด้วยความเร็วสูง เวลาเมาสุราโจทก์เรียกค่าเสียหายมากเกินควร โจทก์ควรได้รับชดใช้ทั้งหมด ๑๐,๕๐๐ บาทเท่านั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คืนเกิดเหตุไม่มีการจุดไฟสัญญาณไว้ที่รถเคี่ยวยาง การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นการประมาท จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงด้วยอาการมึนเมามีส่วนประมาทด้วยและมีความประมาทมากกว่า จึงแบ่งความรับผิดเป็น ๓ ส่วน ให้จำเลยรับผิดส่วนหนึ่งให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รวม ๓๖,๘๓๓.๓๓ บาทและดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จส่วนค่าขาดแรงงานโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นชัด จึงไม่ให้ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยศาลชั้นต้นทุกประการ เว้นแต่ทรัพย์สินที่ตัวผู้ตายคิดเป็นเงิน ๔,๕๐๐ บาท ที่สูญหายไปนั้นไม่เชื่อว่าเป็นความจริง พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน ๕๑,๓๓๓.๓๓ บาท โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เป็นช่างประจำตอน จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างรายวันอยู่ในความควบคุมของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นพนักงานของกรมทางหลวง จำเลยที่ ๓ เป็นนายจ้างผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้นำรถเคี่ยวยางจอดไว้ในทางเวลากลางคืนโดยไม่จุดไฟให้มีแสงพอให้เห็นในระยะไกล ๕๐ เมตร ถือว่าผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๓ ข้อเท็จจริงต้องฟังว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อย่างมากที่ได้ละเว้นไม่กระทำการอันควรกระทำตามหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับขี่ไปชนเกิดความเสียหายขึ้นถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ทำละเมิด จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นกรมในรัฐบาลผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดร่วมในผลแห่งการละเมิดด้วย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จอดรถขวางถนนโดยมิได้จุดโคมไฟในเวลาค่ำคืนเป็นความประมาทของฝ่ายจำเลยอันเป็นมูลก่อให้เกิดความเสียหายฝ่ายผู้ตายก็ขับขี่รถมาด้วยอัตราความเร็วค่อนข้างสูงในเวลามึนเมาเป็นความประมาทของผู้ตายด้วย ฝ่ายไหนจะต้องรับผิดเพียงใดนั้นกฎหมายให้พิจารณาถึงพฤติการณ์ด้วยว่า ฝ่ายไหนก่อให้เกิดความเสียหายยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร โจทก์เป็นฝ่ายเสียหายมาก แต่เป็นฝ่ายประมาทน้อยกว่า จำเลยเสียหายน้อย แต่เป็นฝ่ายประมาทมากกว่า จึงเห็นควรแบ่งค่าเสียหายทั้งหมดออกเป็น ๓ ส่วน ให้จำเลยรับผิด ๒ ใน ๓ ส่วน ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นนี้จะต้องพิจารณาตามสมควรตามควรความจำเป็นและตามฐานะของผู้ตาย ทั้งต้องพิจารณาถึงประเพณีการทำศพตามลัทธินิยมประกอบด้วย และต้องไม่ใช่รายการที่ฟุ่มเฟือยเกินไป หาใช่ว่าเมื่อจ่ายไปเท่าไรแล้วจะเรียกร้องเอาได้หมดเพราะจะเป็นการเปิดช่องให้เพิ่มความเสียหายเพื่อเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินให้โจทก์ ๑๑๗,๖๖๖.๖๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1666/2514 นางสมบัติ ปิยางสุ โจทก์ นายหน่วง เอมโอษฐ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมบัติ ปิยางสุ · จำเลย - นายหน่วง เอมโอษฐ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · ประสม เภกะสุต · ฉัตร รัตนทัศนีย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายประสงค์ อิฐรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8137/2538ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา