⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1733/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับรองสำเนาว่าถูกต้อง ทั้งที่ข้อความในเอกสารเป็นเท็จ ถือเป็นการทำเอกสารปลอม

ย่อคำพิพากษา

ทำเอกสารมีข้อความเป็นเท็จทั้งสิ้น และจำเลยเซ็นชื่อรับรองว่าเป็นสำเนาอันถูกต้อง แม้ต้นฉบับอันแท้จริงไม่มี ก็เท่ากับเป็นการปลอมเอกสารขึ้นทั้งหมดเพื่อให้เห็นว่าคัดมาจากต้นฉบับที่แท้จริง ถือได้ว่าเป็นการทำเอกสารปลอม (อ้างฎีกาที่ 1472/2496)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทำสำเนาบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมที่ดิน (ท.ด.๗๐) อันเป็นเอกสารสิทธิปลอมขึ้นทั้งฉบับ และใช้เอกสารสิทธิที่ทำปลอมขึ้นนั้นด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘ บริษัทสยามเฮ้าซิ่ง จำกัด ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ กระทงเดียว จำคุก ๓ ปี นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาแดงที่ ๔๒๐๖/๒๕๑๐ ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งปัญหาข้อกฎหมายและปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาคดีในศาลชั้นต้นรับรองอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ทำเอกสาร จ.๑ ถึง จ.๑๓ สำเนาบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมอันเป็นเอกสารสิทธิ ซึ่งข้อความในเอกสารเป็นข้อความเท็จทั้งสิ้น และจำเลยได้เซ็นชื่อรับรองว่าเป็นสำเนาถูกต้องไว้ แล้วนำไปใช้กับนายกอบชัย ซอโสตถิกุลกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ร่วม ปัญหาที่ว่าเอกสารที่จำเลยทำขึ้นและนำไปใช้เป็นการปลอมเอกสารหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่าเอกสาร จ.๑ ถึง จ.๑๓ ซึ่งจำเลยลงนามรับรองว่าเป็นสำเนาอันถูกต้องนี้มีข้อความเป็นเท็จทั้งสิ้น คือ คู่สัญญาที่ปรากฏในเอกสารเหล่านี้มิได้ทำข้อตกลงกันตามข้อความในสัญญาเหล่านี้แต่ประการใด การที่จำเลยทำสำเนาเอกสารเหล่านี้ขึ้นแล้วลงนามรับรองว่าเป็นสำเนาที่ถูกต้องแม้ต้นฉบับอันแท้จริงไม่มี ก็เท่ากับเป็นการปลอมขึ้นทั้งฉบับเพื่อให้เห็นว่าตนได้คัดมาจากต้นฉบับที่แท้จริง การปลอมเอกสารตามกฎหมายหาใช่จำเป็นจะต้องปลอมจากเอกสารที่มีอยู่แท้จริงเสมอไปไม่ ทั้งนี้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๗๒/๒๔๙๖ ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอุดม เศรษฐีธร กับพวก จำเลย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและพิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2514 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ บริษัทสยามเฮ้าซิ่ง จำกัด โจทก์ร่วม นางธนิต กำเนิดเพชร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - บริษัทสยามเฮ้าซิ่ง จำกัด · จำเลย - นางธนิต กำเนิดเพชร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ประสม เภกะสุต · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายปสพ นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2229/2566ฎีกา 484/2503ฎีกา 3935/2550ฎีกา 5406/2530ฎีกา 934/2519ฎีกา 1786/2554ฎีกา 2907/2526ฎีกา 468/2566ฎีกา 3020/2533ฎีกา 668/2502ฎีกา 639/2535ฎีกา 1654/2520ฎีกา 5356/2533ฎีกา 1113/2510ฎีกา 3991/2549ฎีกา 679/2509ฎีกา 3535/2528ฎีกา 3962/2546ฎีกา 1059/2505ฎีกา 4547/2530ฎีกา 1112/2507ฎีกา 3112/2539ฎีกา 6509/2549ฎีกา 5129/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา