⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1903/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ใช้อำนาจปกครองทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนผู้เยาว์เกี่ยวกับสิทธิในการได้รับค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิด ต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน

ย่อคำพิพากษา

กรณีเด็กผู้เยาว์ถูกทำละเมิด อันมีผลให้เด็กมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนจากผู้ทำละเมิดนั้น เป็นการที่เด็กจะได้มาซึ่งทรัพย์สินอย่างหนึ่ง หากมีการประนีประนอมยอมความกัน ซึ่งผู้ใช้อำนาจปกครองจะต้องทำสัญญาแทนเด็กผู้ใช้อำนาจปกครอง จะต้องขออนุญาตศาลเสียก่อน เพราะเป็นการทำสัญญาประนีประนอมยอมความอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินของเด็ก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.99 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ในทางการที่จ้างขนโจทก์โดยประมาท เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้เฉพาะเท่าที่ตกลงกันต่อพนักงานสอบสวน ตามบันทึกระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๑ เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ผิดสัญญาจำเลยที่ ๑ ก็ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายต่าง ๆ ตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๑ โจทก์ขอถอนฟ้อง คู่ความรับกันว่า จำเลยที่ ๑ กับนายไข่บิดาโจทก์ ได้ตกลงกันที่สถานีตำรวจเรื่องค่าเสียหายตามบันทึกลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๑ แต่บิดาโจทก์กระทำโดยมิได้รับอนุญาตจากศาล ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า บันทึกที่สถานีตำรวจเป็นสัญญาประนีประนอมนายไข่กระทำโดยมิได้รับอนุญาตจากศาล ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๔๖(๔) ไม่ทำให้ข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยระงับ พิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑๙,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า บันทึกดังกล่าวเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างบิดาโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เกี่ยวกับความเสียหายของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐ ซึ่งบิดาโจทก์มีอำนาจทำได้โดยไม่ต้องรับอนุญาตจากศาล เพราะไม่ใช่นิติกรรมอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของโจทก์ผู้เยาว์ สัญญาผูกพันโจทก์ ทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดของจำเลยที่ ๑ เป็นอันระงับสิ้นไป และทำให้ความรับผิดของจำเลยที่ ๒ ในฐานะนายจ้างระงับสิ้นไปด้วย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อผู้กระทำละเมิดต่อเด็ก อันมีผลให้เด็กมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนนั้น เป็นการที่เด็กจะได้มาซึ่งทรัพย์สินอย่างหนึ่ง หากมีการประนีประนอมยอมความกัน ซึ่งผู้ใช้อำนาจปกครองจะต้องทำสัญญาแทนเด็ก ผู้ใช้อำนาจปกครองในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมก็ชอบที่จะต้องขออนุญาตศาลเสียก่อน เพราะเป็นการทำสัญญาประนีประนอมยอมความอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของเด็กตามที่บังคับไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๔๖ แต่ในเรื่องนี้นายไข่บิดาเด็กหญิงสิ้มโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยที่ ๑ โดยลำพังโดยมิได้รับอนุญาตจากศาล เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวมูลละเมิดที่จำเลยที่ ๑ ก่อขึ้น หามีผลระงับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นโมฆะไม่นั้น และไม่มีผลผูกพันเด็กหญิงสิ้มโจทก์ประการใด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเสียหาย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2514 เด็กหญิงลิ้ม สังวาลย์ โดยนายไข่ บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นายพล่อย จินดาพล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็กหญิงลิ้ม สังวาลย์ โดยนายไข่ บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นายพล่อย จินดาพล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · จินตา บุณยอาคม · สรรเสริญ ไกรจิตติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประกอบ วณิคพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศวิต สมหวัง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 2460/2517ฎีกา 7335/2538ฎีกา 643/2497ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 888/2511ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา