⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2094/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2094/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดเพราะเหตุสุดวิสัยหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาว่าโจทก์ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์แล้วหรือไม่ หากโจทก์มีทนายความแล้ว ควรให้ทนายความดำเนินการแทนได้ การเดินทางไปหาเงินใกล้กำหนดวันยื่นอุทธรณ์ ถือเป็นความบกพร่องของโจทก์เอง ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดอุทธรณ์แล้ว 1 วัน อ้างเหตุว่าไปต่างจังหวัดเพื่อหาเงินมายื่นอุทธรณ์ ขากลับฝนตกน้ำท่วมถนนทางขาด การเดินทางกินเวลา 2 วัน ทั้งมีการสวนสนามที่พระบรมรูปทรงม้าการจราจรติดขัดจึงยื่นไม่ทันกำหนด กรณีดังนี้มิใช่ว่าโจทก์จะไม่มีโอกาสที่จะยื่นอุทธรณ์หรือคำขอเลย โจทก์มีทนายชอบจะติดต่อกับทนายให้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนได้ ที่โจทก์เดินทางไปหาเงินต่างจังหวัดใกล้ชิดกับวันขาดอายุอุทธรณ์ เป็นความบกพร่องของโจทก์เองด้วย หาเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับไถ่ถอนการขายฝาก แล้วโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนที่ขายคืนให้โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีสิทธิไถ่ถอนคืน เพราะได้ทำหนังสือแสดงเจตนาสละสิทธิในการไถ่ถอนแล้ว และไม่เคยขอไถ่ถอนคืน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๑๓ ครบกำหนดอุทธรณ์วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๓ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ รุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์วันสุดท้ายแห่งระยะเวลาคือ วันจันทร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๓ โจทก์มิได้ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดดังกล่าว ครั้นวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๓ โจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์ไปหาเงินเพื่อมายื่นอุทธรณ์ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ การเดินทางกลับในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๓ แต่เนื่องจากน้ำท่วมถนนเป็นบางตอนตลอดทาง ทำให้ทางขาด การเดินทางกินเวลา ๒ วัน มาถึงศาลแพ่งเวลา ๑๖.๓๕ นาฬิกา ทั้งนี้ เพราะมีการเดินสวนสนามที่พระบรมรูปทรงม้า การจราจรติดขัดเป็นเหตุให้โจทก์ล่าช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย ขอให้ศาลสั่งรับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า พฤติการณ์ตามคำร้องไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ จึงไม่อนุญาตให้ขยายเวลา ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า กรณีข้ออ้างของโจทก์เป็นเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ บัญญัติให้ศาลมีอำนาจที่จะออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้ แต่การขยายหรือย่นระยะเวลาเช่นนี้ ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้นเว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยที่โจทก์เพิ่งมายื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์และยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นเวลาตามที่กำหนดไว้ในการยื่นอุทธรณ์นั้น มิใช่ว่าโจทก์ไม่มีโอกาสที่จะยื่นอุทธรณ์หรือยื่นคำขอดังกล่าวเลย ปรากฏว่าคดีนี้โจทก์มีทนายว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์ซึ่งทนายโจทก์ก็ตั้งสำนักงานอยู่ในจังหวัดพระนคร แม้โจทก์จะไม่อยู่ในจังหวัดพระนคร โจทก์ก็ชอบที่จะติดต่อทนายโจทก์ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์ได้อยู่แล้วตลอดเวลาที่โจทก์อ้างว่าต้องเดินทางไปหาเงินต่างจังหวัดในระยะเวลาใกล้ชิดกับวันขาดอายุอุทธรณ์ นับว่าเป็นความบกพร่องของโจทก์เอง หาใช่เป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยไม่ทั้งตามพฤติการณ์ที่โจทก์อ้างก็ไม่พึงถือได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะขอขยายกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ได้ด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2094/2514 นายเสวก ทองประไพ โจทก์ นายศักดิ์ เจริญสุขวานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสวก ทองประไพ · จำเลย - นายศักดิ์ เจริญสุขวานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม เพชรคุปต์ · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุด สุตรา · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ เลอลภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 176/2535ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1843/2551ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 3542/2545ฎีกา 4597/2531ฎีกา 230/2510ฎีกา 1103/2554ฎีกา 5259/2546ฎีกา 4944/2536ฎีกา 8735/2542ฎีกา 403/2530ฎีกา 592/2546ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 5150/2552ฎีกา 3192/2532ฎีกา 2981/2545ฎีกา 70/2518ฎีกา 1049/2526ฎีกา 100/2540ฎีกา 2316/2519ฎีกา 801/2515ฎีกา 3771/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา