⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2331/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโดยวินิจฉัยว่าฟ้องเคลือบคลุม ยังไม่ถือว่าศาลได้วินิจฉัยถึงการกระทำผิดของจำเลย โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

ย่อคำพิพากษา

ในคดีก่อน โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ข้อหาฐานความผิดทั้งสองตามที่กล่าวมาในฟ้องขัดกัน เป็นฟ้องเคลือบคลุม ดังนี้ ยังไม่ถือว่าศาลได้วินิจฉัยถึงการกระทำผิดของจำเลยตามข้อกล่าวหาของโจทก์ โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องใหม่ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๔-๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๑ เวลากลางคืนต่อเนื่องกัน ได้มีคนร้ายบังอาจลักเอาข้าวเปลือกเหนียวเป็นฟ่อน ซึ่งโจทก์ผู้มีอาชีพทางกสิกรรมเก็บเกี่ยวตากแดดไว้ที่ทุ่งนาไปคิดเป็นข้าวเปลือกประมาณ ๔ ถัง มีราคา ๔๐ บาท ตามวันเวลาดังกล่าวแต่ภายหลังที่คนร้ายลักข้าวของโจทก์ไป มีผู้พบเห็นจำเลยนี้เอาข้าวของโจทก์ที่ถูกลักไป ทั้งนี้ โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักเอาข้าวเปลือกของโจทก์ดังกล่าวในฟ้อง หรือมิฉะนั้นระหว่างวันเวลาดังกล่าวมาในฟ้อง จำเลยนี้ได้บังอาจรับเอาข้าวเปลือกของโจทก์ไว้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ เหตุเกิดที่ตำบลอิตื้อ อำเภอยางตลาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ต่อมาวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ ผู้ใหญ่บ้านจับจำเลยได้พร้อมด้วยข้าวเปลือกดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า ในกรณีเดียวกันนี้โจทก์ในคดีนี้ได้ฟ้องจำเลยนี้ที่ศาลนี้มาครั้งหนึ่งแล้วปรากฏตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๐๗๐/๒๕๑๑ หมายเลขแดงที่ ๑๐๖๑/๒๕๑๑ระหว่างนายชาลี หรัญรัตน์ โจทก์ นายเลี้ยง ภูชื่นศรี จำเลยข้อหาความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ในคดีดังกล่าวขัดกันอยู่ในตัว เป็นฟ้องเคลือบคลุม ซึ่งไม่อาจทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) จึงยกฟ้องโจทก์ โจทก์ไม่อุทธรณ์ แต่ในวันรุ่งขึ้นโจทก์ฟ้องจำเลยนี้เป็นจำเลยในคดีในข้อหาเดียวกันนี้อีกศาลชั้นต้นเห็นว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า คดีของโจทก์ไม่ต้องห้าม โจทก์มีสิทธิฟ้องได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีก่อน ระหว่างโจทก์จำเลยหมายเลขแดงที่ ๑๐๖๑/๒๕๑๑ ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้ยกฟ้องเพราะเป็นฟ้องเคลือบคลุมตามที่ได้ความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้น ศาลยังหาได้วินิจฉัยถึงการกระทำผิดของจำเลยตามข้อกล่าวหาของโจทก์ไม่ หากได้วินิจฉัยเพียงในข้อว่าฟ้องโจทก์ซึ่งระบุข้อหาฐานความผิดทั้งสองตามที่กล่าวมาในฟ้องขัดกัน เป็นฟ้องเคลือบคลุมเท่านั้น ฉะนั้น คำพิพากษาของศาลเดิมดังกล่าวจึงไม่ถือว่าเป็นคำพิพากษาที่ได้วินิจฉัยในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีเดิมมาฟ้องใหม่เป็นคดีนี้ ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2514 นายชาลี หรัญรัตน์ โจทก์ นายเลี้ยง ภูชื่นศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชาลี หรัญรัตน์ · จำเลย - นายเลี้ยง ภูชื่นศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ประพจน์ ถิระวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายชวลิต พรายภู่ · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา