คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334-335/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ย่อมไม่มีสิทธิฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับตนเองได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองคน โจทก์อุทธรณ์ส่วนจำเลยคนหนึ่งอุทธรณ์ อีกคนหนึ่งมิได้อุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยคนที่อุทธรณ์ แต่สำหรับจำเลยคนที่มิได้อุทธรณ์ คงพิพากษาลงโทษตามเดิมโดยมิได้แก้ไขแต่อย่างใดเช่นนี้จำเลยคนที่มิได้อุทธรณ์ไว้จะฎีกาไม่ได้
(อ้างฎีกาที่ 628/2496)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดี ๒ สำนวนดังกล่าว ศาลรวมพิจารณาโดยโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนว่าได้ร่วมกันปล้นทรัพย์และพยายามฆ่าผู้เสียหาย สำหรับนายนงค์จำเลยนั้นโจทก์ฟ้องในข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองและเพิ่มโทษนายนงค์จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ กับให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ริบปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ส่วนมีดเหน็บคืนเจ้าทรัพย์
จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายนงค์จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๑ วรรค ๒ วรรค ๓ วรรค ๔, ๘๓, ๙๒ กับต้องเพิ่มโทษอีก ๑ ใน ๓ แต่คำรับสารภาพของนายนงค์จำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ควรลดโทษให้ ๑ ใน ๓ เหตุเพิ่มโทษและลดโทษมีเท่ากัน จึงไม่เพิ่มโทษและไม่ลด คงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓ ซึ่งเป็นกระทงหนัก นายไวจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๑ วรรค ๒วรรค ๓ และวรรค ๔, ๘๓ ให้จำคุกจำเลยทั้งสองไว้มีกำหนด ๒๐ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๔,๑๒๕ บาทแก่เจ้าทรัพย์ มีดเหน็บของกลางคืนเจ้าทรัพย์ อาวุธปืนกับปลอกกระสุนปืนของกลางริบ คำขอโจทก์นอกจากนี้ให้ยก
โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าด้วย และนายไวจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษนายไวจำเลยแต่เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ปรับบทลงโทษนายนงค์จำเลย พิพากษาแก้เฉพาะคดีที่นายไวเป็นจำเลยเป็นให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษนายไวจำเลยตามฟ้อง และฎีกาในข้อกฎหมายว่าการกระทำของนายนงค์จำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าด้วย
นายนงค์จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงขอให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของนายนงค์จำเลยว่า ในชั้นอุทธรณ์นายนงค์จำเลยมิได้อุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงเฉพาะตัวนายนงค์จำเลยจึงยุติแล้วนายนงค์จำเลยฎีกาไม่ได้ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๒๘/๒๔๙๖ ระหว่างอัยการจังหวัดเลย โจทก์ นายอ่อน แจ้งไพร กับพวกจำเลย จึงให้ยกฎีกาของนายนงค์จำเลย
สำหรับฎีกาโจทก์ที่ขอให้ลงโทษนายไวจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอรับฟังลงโทษนายไวจำเลยแต่ที่ศาลอุทธรณ์ให้ริบอาวุธปืนลูกซองมีทะเบียนของนายไวจำเลยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะไม่ได้ความว่าปืนของกลางได้ใช้กระทำผิดจะริบเสียไม่ได้และที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษนายนงค์จำเลยในฐานพยายามฆ่าด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่านายนงค์จำเลยกับพวกสมคบกันมาปล้นทรัพย์ ไม่ได้ความว่าสมคบกันมาฆ่าผู้เสียหาย และตอนที่พวกจำเลยยิงนายสนั่นผู้เสียหาย นายนงค์จำเลยก็ไม่ได้ร่วมรู้เห็นเป็นใจในการที่พวกจำเลยยิงนายสนั่น จะถือว่านายนงค์จำเลยร่วมกระทำผิดฐานพยายามฆ่าคนด้วยกันไม่ได้
พิพากษาแก้เป็นไม่ริบอาวุธปืนลูกซองของกลางที่จับได้จากนายไวจำเลย นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334 - 335/2514
อัยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์
นายนงค์ ศิริประโชติ จำเลย
อัยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์
นายไว แจ่มเกิด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสุโขทัย · จำเลย - นายนงค์ ศิริประโชติ · โจทก์ - อัยการจังหวัดสุโขทัย · จำเลย - นายไว แจ่มเกิด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤษณ์ โสภิตกุล · ศริ มลิลา · วิกรม เมาลานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายบุญศรี กอบบุญ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพรียบ หุตางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา