⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 466-467/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466-467/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องคัดค้านการยึดทรัพย์ของผู้ร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เป็นคดีที่ต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละสองครึ่งของจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 179 วรรคสุดท้าย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องร้องคัดค้านการยึดทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยอ้างว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของผู้ล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึด ผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งเพิกถอนการยึดดังนี้ เป็นคดีที่จะต้องเสียค่าขึ้นศาลร้อยละสองครึ่งในจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง ตามความในพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 179 วรรคสุดท้ายไม่ใช่ว่าต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 50 บาท ตามมาตรา 179(1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2511 ม.11 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.11 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.158 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.179

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของผู้ล้มละลายยึดที่ดิน ๒ แปลง ราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้สั่งถอนการยึดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งไม่ให้ถอนการยึด จึงขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการยึด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้การว่า ผู้ร้องมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนผู้ล้มละลายขอให้ศาลมีคำสั่งยื่น ศาลชั้นต้นฟังว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการยึด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นแยกเป็น ๒ ฉบับ ฉบับแรกอุทธรณ์ว่าที่พิพาทเป็นของผู้ล้มละลาย ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องส่วนฉบับหลังอุทธรณ์ว่าที่ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์สำหรับอุทธรณ์ฉบับแรกตามทุนทรัพย์ในอัตราร้อยละสองครึ่ง ไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ควรเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือให้มีคำสั่งทั่ว ๆ ไปเพียง ๕๐ บาท ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๑๗๙ วรรคท้าย ขอให้สั่งคืนค่าธรรมเนียมส่วนที่เกิน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนทั้งสองฉบับ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาว่า ๑. ที่พิพาทเป็นของผู้ล้มละลาย ๒. ค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ฎีกาคดีนี้ควรเสียเพียง ๕๐ บาทอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการคัดค้านคำสั่งหรือตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา ๑๗๙(๑) ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาข้อแรกว่า ที่พิพาทเป็นของผู้ร้อง ส่วนฎีกาข้อ ๒ศาลฎีกาพิจารณาพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๗๙ซึ่งได้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑ แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องผู้ร้องร้องคัดค้านการยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึด ผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องต่อศาลซึ่งศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาและมีคำสั่งเหมือนอย่างคดีธรรมดาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๘ อันเห็นได้ว่าเป็นคดีที่จะต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละสองครึ่งในจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง เช่นเดียวกับคดีร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายมาตรา ๑๗๙ วรรคสุดท้าย หาใช่ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง ๕๐ บาทตามมาตรา ๑๗๙(๑) ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466 - 467/2514 นายดี เกตุก่อลาภ โจทก์ นายบุ้ยหย่วน แซ่ฮั่น จำเลย นายสุธรรม พงษ์หาญยุทธ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดี เกตุก่อลาภ · จำเลย - นายบุ้ยหย่วน แซ่ฮั่น · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายสุธรรม พงษ์หาญยุทธ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์ · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม ดุลยสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2116/2565ฎีกา 1183/2545ฎีกา 4660/2551ฎีกา 2838/2539ฎีกา 1242/2545ฎีกา 4866/2551ฎีกา 5596/2543ฎีกา 725/2512ฎีกา 472/2548ฎีกา 276/2507ฎีกา 1517/2525ฎีกา 7548/2544ฎีกา 1014/2539ฎีกา 1363/2514ฎีกา 2689/2535ฎีกา 6159/2533ฎีกา 201/2535ฎีกา 451/2512ฎีกา 4554/2539ฎีกา 638/2487ฎีกา 906/2519ฎีกา 1335/2535ฎีกา 632/2490ฎีกา 593/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา