⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2689/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้เจ้าหนี้รายเดียวจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท ถือเป็นเหตุให้เจ้าหนี้ฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากันและเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วไม่ชำระ โจทก์สืบหาทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองแล้วแต่จำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดมาขายทอดตลาดชำระหนี้ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท ได้ นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังเป็นหนี้ธนาคาร ก. ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอีก 3 คดี ซึ่งยังไม่มีการชำระหนี้ จำเลยทั้งสองย้ายที่อยู่หลายครั้งโดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบอีกทั้งจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาจึงเป็นหนี้ที่สามารถคำนวณได้แน่นอนพฤติการณ์ดังกล่าวจึงถือได้ว่า จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้โจทก์จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท อันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายได้ คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดมีผลเป็นคำพิพากษา ซึ่งพ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 179(1) บัญญัติให้คิดค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย 50 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เป็นการอุทธรณ์คำพิพากษา ซึ่งพิพากษาตามคำฟ้องขอให้ล้มละลาย จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องอุทธรณ์ 50 บาท.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.7 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.179

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เป็นต้นเงิน 33,916.30 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2521จนถึงรับฟ้องเป็นเวลา 7 ปีเศษ แต่โจทก์ขอคิดเพียง 5 ปี เป็นเงิน25,500 บาท และค่าทนายความอีก 600 บาท รวมเป็น 60,016.30 บาทซึ่งกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน จำเลยทั้งสองเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้รวมสั่งเมื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามจำนวนเงินที่ฟ้อง และสามารถชำระหนี้ได้ ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 14 ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า มีเหตุตามกฎหมายที่โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายหรือไม่ ซึ่งเหตุตามกฎหมายในคดีนี้ก็คือ จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้โจทก์จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทจริงหรือไม่ซึ่งความข้อนี้ได้ความจากพยานบุคคลที่โจทก์นำเข้าสืบประกอบเอกสารว่าจำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากันและเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขแดงที่ 319/2523 แล้วไม่ชำระ โจทก์สืบหาทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองแล้วแต่จำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดมาขายทอดตลาดชำระหนี้ ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทได้ นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังเป็นหนี้ธนาคารกรุงไทย จำกัด ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอีกสามคดี ซึ่งยังไม่มีการชำระหนี้ จำเลยทั้งสองย้ายที่อยู่หลายครั้งโดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบพฤติการณ์ดังกล่าวจึงถือได้ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวและเป็นหนี้โจทก์จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทอันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายได้ ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลรับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนและหนี้ตามฟ้องไม่แน่นอนนั้น ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่าศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนโดยชอบอีกทั้งจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาจึงเป็นหนี้ที่สามารถคำนวณได้แน่นอน สำหรับฎีกาข้อสุดท้ายที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยควรเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์เพียง 50 บาท นั้น เห็นว่าคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดมีผลเป็นคำพิพากษา พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2526 มาตรา 179(1) บัญญัติให้คิดค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย 50 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาซึ่งพิพากษาตามคำฟ้องขอให้ล้มละลาย จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องอุทธรณ์ดังกล่าว 50 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ จำเลยทั้งสองชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาในส่วนที่เกินมา 300 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2535 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์ นาย สันต์ แสวงศ รี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · จำเลย - นาย สันต์ แสวงศ รี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สะสม สิริเจริญสุข · บุญส่ง วรรณกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 5399/2550ฎีกา 5884/2559ฎีกา 3581/2538ฎีกา 5969/2559ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2653/2541ฎีกา 6605/2539ฎีกา 1620/2557ฎีกา 1058/2535ฎีกา 4339/2534ฎีกา 534/2504ฎีกา 1245/2553ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1239/2514ฎีกา 5013/2547ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3733/2531ฎีกา 3556/2533ฎีกา 2384/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ