⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1517/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขอให้บังคับให้โอนทรัพย์สินคืน ไม่ใช่การฟ้องคดีเกี่ยวกับหนี้เงิน จึงไม่ถูกห้ามตามกฎหมายล้มละลาย และสามารถฟ้องต่อศาลที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ตั้งอยู่ในจังหวัดตราด โจทก์ได้ตกลงกับห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ให้โจทก์เข้าเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด แล้วโจทก์จดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้ห้าง และห้างใช้ที่ดินพิพาทเป็นที่ตั้งโรงน้ำแข็งของห้าง เมื่อเลิกห้างแล้วถ้าหากมีทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ ก็ให้โจทก์ออกเงินเข้ากองทรัพย์สินของห้าง 50,000 บาทแล้วห้างจะโอนที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ ต่อมาห้างถูกศาลแพ่งสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายคดีถึงที่สุด โจทก์ขอชำระเงิน 50,000 บาท ให้แก่ห้างและขอให้ห้างจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์จำเลยซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของห้างไม่ยอมปฏิบัติตามที่โจทก์ขอ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดตราดขอให้บังคับจำเลยรับเงิน 50,000 บาท จากโจทก์ แล้วโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแก่โจทก์กับขอให้บังคับห้างออกไปจากที่ดินพิพาทด้วย ดังนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้อง ไม่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 26, 27 ซึ่งปฏิบัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ฟ้องคดีแพ่งอันเกี่ยวกับหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ได้ แต่ก็ห้ามเฉพาะหนี้เงิน ไม่ได้ห้ามฟ้องหนี้เกี่ยวด้วยการกระทำงดเว้นกระทำ หรือส่งมอบทรัพย์อื่นนอกจากเงินซึ่งเจ้าหนี้ไม่อาจขอรับชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังเช่นฟ้องโจทก์ ในคดีนี้ และตามคำฟ้องของโจทก์ไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.2483 มาตรา 153 โจทก์จึงยื่นฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดตราด ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินพิพาทตั้งอยู่ในเขตไม่จำต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลที่สั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนจำกัดอ.เด็ดขาด เพราะโจทก์มิได้ฟ้องว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิยึดที่ดินพิพาทและขอให้สั่งถอนการยึด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.26 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.27 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ตกลงกับห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราดว่า ห้างดังกล่าวจะให้โจทก์เข้าเป็นหุ้นส่วนของห้าง โดยโจทก์ต้องโอนที่ดินพิพาทของโจทก์ที่จังหวัดตราดให้แก่ห้าง เมื่อเลิกห้างแม้หากขาดทุนโจทก์จะต้องใช้เงินให้ห้าง ๕๐,๐๐๐ บาท และห้างจะโอนที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ ต่อมาห้างถูกศาลแพ่งสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของห้างไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับห้างดังกล่าว จึงขอให้บังคับจำเลยรับเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท จากโจทก์แล้วโอนที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ กับขอให้ขับไล่ห้างออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า โจทก์โอนที่ดินพิพาทให้แก่ห้างโดยเด็ดขาดแล้ว ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับห้างเป็นเจตนาลวง จะยกขึ้นต่อสู้บรรดาเจ้าหนี้ไม่ได้ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินรายพิพาทคืนแก่โจทก์ และรับเงินค่าหุ้น ๕๐,๐๐๐ บาทจากโจทก์ตามข้อตกลงในการเข้าหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราดผู้ล้มละลาย กับขอให้บังคับขับไล่ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราดผู้ล้มละลายออกไปจากที่ดินรายพิพาทอีกด้วย คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๔(๑) ถ้าหากห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราดมิได้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ โจทก์จะต้องยื่นฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราดต่อศาลจังหวัดตราด ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินรายพิพาทตั้งอยู่ในเขต แต่เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราดถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วพิพากษาให้ล้มละลาย อำนาจในการฟ้องร้องและต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตกอยู่แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒(๓) โจทก์จึงฟ้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราดลูกหนี้ผู้ล้มละลายเป็นจำเลยในการเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้น หลังจากศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๒๖ และ ๒๗ บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ฟ้องคดีแพ่งอันเกี่ยวกับหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ได้โดยจะต้องขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวิธีการที่บัญญัติไว้แต่ก็ห้ามเฉพาะหนี้เงินส่วนหนี้เกี่ยวด้วยการกระทำ งดเว้นกระทำหรือส่งมอบทรัพย์อื่นนอกจากเงินซึ่งเจ้าหนี้ไม่อาจขอรับชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ดังเช่นหนี้ตามคำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้หาได้ห้ามมิให้ฟ้องแต่อย่างใดไม่ที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินรายพิพาทคืนแก่โจทก์และรับเงินค่าหุ้นจากโจทก์กับขอให้ขับไล่ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุตสาหกรรมน้ำแข็งตราดผู้ล้มละลายออกไปจากที่ดินรายพิพาทนั้น ไม่เกี่ยวกับการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินรายพิพาทอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ล้มละลายเพราะโจทก์มิได้ฟ้องว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิยึดที่ดินรายพิพาทและขอให้สั่งถอนการยึด แต่โจทก์ฟ้องขอให้โอนที่ดินรายพิพาทคืนเป็นการชำระหนี้ตามข้อตกลงหรือสัญญาในการเข้าหุ้นส่วน ไม่ว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะยึดหรือไม่ยึดที่ดินรายพิพาทก็ไม่มีผลกระทบกระทั่งถึงการบังคับชำระหนี้ตามคำฟ้องของโจทก์ ถึงแม้ผลคดีในที่สุดจำเลยอาจถูกบังคับให้โอนที่ดินรายพิพาทแก่โจทก์ อันเป็นเหตุให้ทรัพย์ที่ยึดไว้หลุดพ้นไปจากการยึด ก็เป็นผลอันเกิดจากการชำระหนี้ หาใช่เพราะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถูกบังคับให้ถอนการยึดโดยตรงไม่ ดังนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ โดยไม่จำต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๘ และมีอำนาจยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดตราด ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินรายพิพาทตั้งอยู่ในเขต กรณีไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ ประกอบกับพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๓ ซึ่งจะต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลที่สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในสำนวนคดีล้มละลาย พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2525 นางชุบ ชพานนท์ โจทก์ ผู้ชำระบัญชีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุตสาหกรรมน้ำ แข็งตราด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชุบ ชพานนท์ · อุตสาหกรรมน้ำ - ผู้ชำระบัญชีและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนจำกัด · จำเลย - แข็งตราด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายอมรศักดิ์ นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 578/2550ฎีกา 2076/2542ฎีกา 7677/2557ฎีกา 3240/2533ฎีกา 6968/2537ฎีกา 9487/2558ฎีกา 1511/2520ฎีกา 374/2534ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1247/2510ฎีกา 4851/2545ฎีกา 2841/2547ฎีกา 1636/2534ฎีกา 2768/2530ฎีกา 1492/2510ฎีกา 57/2530ฎีกา 3702/2534ฎีกา 92/2531ฎีกา 4432/2534ฎีกา 4470/2543ฎีกา 541/2509ฎีกา 7966/2544ฎีกา 2709/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา