คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 683/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกเงินมัดจำและค่าเสียหายตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นการฟ้องคดีส่วนบุคคลที่บังคับตามสิทธิเรียกร้องเหนือบุคคล ไม่ใช่การฟ้องคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จึงสามารถฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาได้.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืน กับเรียกค่าเสียหายเพราะจำเลยผิดสัญญาและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว เป็นการฟ้องให้บังคับตัวจำเลยเป็นหนี้เหนือบุคคลไม่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เพราะไม่ได้ฟ้องขอให้บังคับเกี่ยวกับตัวทรัพย์ดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องจำเลยต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำแก่โจทก์10,000 บาท กับดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องเป็นเงิน 228 บาท และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 20,228 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินต้น 20,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา คดีนี้เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดลพบุรีโดยไม่ได้ร้องขออนุญาต เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(1) ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยคืนเงินมัดจำแก่โจทก์10,000 บาทกับดอกเบี้ยก่อนฟ้อง 228 บาท และใช้ค่าเสียหาย 5,000 บาทกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินต้น 15,000 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 4(1) หมายถึงการฟ้องบังคับแก่ตัวทรัพย์นั้น เช่น ฟ้องให้จำเลยโอนอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาจะซื้อขายหรือฟ้องให้บังคับตามสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะต้องบังคับถึงตัวทรัพย์เช่น ฟ้องให้บังคับจำนอง เป็นต้นคดีนี้จำเลยทำสัญญาจะขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอยู่ในจังหวัดจันทบุรีให้โจทก์ แต่จำเลยผิดสัญญาและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาจะซื้อขายแล้ว โจทก์ฟ้องเรียกเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายคืน และเรียกค่าเสียหาย เป็นการฟ้องให้บังคับตัวจำเลย เป็นหนี้เหนือบุคคล ไม่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาจะซื้อขาย เพราะไม่ได้ฟ้องขอให้บังคับเกี่ยวกับตัวทรัพย์ดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดลพบุรีที่จำเลยมีภูมิลำเนาได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 683/2534
นางสาว ทอง เจือ ภู่ จำปา โจทก์
นาง สนิท เอี่ยม สะอาด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาว ทอง เจือ ภู่ จำปา · จำเลย - นาง สนิท เอี่ยม สะอาด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา