⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 661/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเบิกความปฏิเสธลอยๆ หรือเบิกความในภายหลังโดยอ้างเหตุการณ์ที่ทำให้ปืนลั่นว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคนโดยใช้ปืนยิงชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธลอย ๆ เพิ่งมา เบิกความแสดงรายละเอียดตอนอ้างตนเองเป็นพยาน แต่ก็มิได้รับว่ายิงกลับบ่ายเบี่ยงความรับผิดไปให้ผู้เสียหายว่าเป็นเพราะผู้เสียหายแย่งปืนจากจำเลย ไกปืนไปเกี่ยวกระเป๋าเสื้อจำเลยปืนจึงลั่นขึ้น เป็นอุบัติเหตุไม่เกี่ยวกับเจตนาจำเลยคำเบิกความของจำเลย เช่นนี้มิได้ให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี อันจะถือว่ามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่านายเขียว ใหญ่ฉิมพลีโดยใช้ปืนแก๊ปยาวยิง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี ปืนของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยกระทำผิดจริง แต่จำเลยให้การว่าปืนที่ลั่นไปถูกนายเขียวนั้นเป็นปืนที่จำเลยถืออยู่ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ พิพากษาแก้ลดโทษให้จำเลย ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๖ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่าไม่ควรลดโทษให้จำเลยตามมาตรา ๗๘ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธลอยเพิ่งมาเบิกความแสดงรายละเอียดตอนอ้างตนเองเป็นพยานว่า วันเกิดเหตุจำเลยกลับจากธุระเดินทางมาถึงโคกหนองตานามืดแล้วมีคนฉายไฟตามหลังมา จำเลยหยุดรอเพราะจะได้เพื่อนเดินทางพอชายนั้นเข้ามาห่าง ๑ วา ได้ใช้ไฟฉายส่องหน้าจำเลย จำเลยจึงปลดปืนที่สะพายจากไหล่มาหนีบรักแร้เตรียมพร้อมไว้เผื่อว่าเป็นคนร้ายทันใดชายนั้นจับปลายกระบอกปืนดึงไปจำเลยดึงกลับชายนั้นดึงปืนไปอีก บังเอิญนกปืนเกี่ยวกระเป๋าเสื้อจำเลย กระสุนลั่นขึ้น ๑ นัดถูกชายนั้นล้มลง ชายที่ถูกกระสุนปืนคือนายเขียวผู้เสียหายเห็นว่าในชั้นสืบพยานโจทก์ โจทก์ต้องนำสืบพยานเพื่อแสดงความผิดของจำเลยตลอดเรื่อง มิอาจอาศัยคำให้การของจำเลยได้เพราะจำเลยปฏิเสธต่อมาภายหลังแม้จำเลยจะเบิกความถึงรายละเอียด แต่ก็มิได้รับว่ายิงกลับบ่ายเบี่ยงปัดความรับผิดไปให้ผู้เสียหายว่าเป็นเพราะผู้เสียหายแย่งปืนจากจำเลยไกปืนไปเกี่ยวกระเป๋าเสื้อจำเลยปืนจึงลั่นขึ้น เป็นอุบัติเหตุไม่เกี่ยวกับเจตนาจำเลยคำเบิกความของจำเลยเช่นนี้ หาได้ให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของโจทก์ไม่อย่างไรก็ดี ลำพังการนำสืบของโจทก์เป็นหลักฐานเพียงพอฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดรายนี้โดยแน่ชัดอยู่แล้วโดยมิพักต้องอาศัยคำเบิกความของจำเลยแต่อย่างใดที่ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าคำเบิกความของจำเลยมีเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2514 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายทอง หนุนตะคุ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายทอง หนุนตะคุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ บุปผเวส · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายจรัส อุดมวรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท บริรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1790/2521ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 45/2484ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา