คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะมีคำขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ถูกยึดได้ แต่ไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งถอนอายัดในคดีที่ตนมิได้เป็นคู่ความ
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องเป็นโจทก์และเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 209/2511 และผู้ร้องได้ยึดที่ดินพิพาทในคดีนี้ไว้ในคดีที่กล่าวแล้วผู้ร้องชอบที่จะมีคำขอให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทแต่ในคดีนั้นจะประกาศขายทอดตลาดได้หรือไม่ ต้องว่ากล่าวกันไปในคดีที่ผู้ร้องเป็นคู่ความผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งถอนอายัดในคดีที่ผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความด้วยและกรณีไม่ต้องด้วยข้อห้ามมิให้ยึดซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และญาติอื่น ๆ ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดที่ ๖๗๗ ได้โอนที่ดินเฉพาะส่วนของแต่ละคนในโฉนดดังกล่าวให้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงและประพฤติเนรคุณ ขอให้ถอนคืนการให้ และโจทก์ยื่นคำร้องพร้อมกับฟ้องว่าจำเลยจะขายที่ดินตามฟ้องให้ผู้มีชื่อ ขอให้สั่งอายัดที่ดินดังกล่าวไว้ก่อนมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งชั่วคราวไม่ให้จำเลยและเจ้าพนักงานที่ดินทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินตามฟ้อง
จำเลยให้การสู้คดี
นางละออ ศรีนครไทย ยื่นคำร้องในระหว่างการพิจารณาคดีนี้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยนี้ตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ ๒๐๙/๒๕๑๑ และผู้ร้องได้ขอยึดที่ดินโฉนดที่ ๖๗๗ แปลงที่โจทก์ฟ้องไว้แล้ว แต่ประกาศขายทอดตลาดไม่ได้เพราะโจทก์ได้ขออายัดไว้ในคดีนี้ จึงขอให้มีคำสั่งถอนการอายัด
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ถอนคำสั่งห้ามชั่วคราวเกี่ยวกับที่ดินโฉนดที่ ๖๗๗ ที่พิพาท
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ร้องเป็นโจทก์และเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ ๒๐๙/๒๕๑๑ และผู้ร้องได้ยึดที่ดินพิพาทในคดีนี้ไว้ในคดีที่กล่าวแล้ว ผู้ร้องชอบที่จะมีคำขอให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาท แต่ในคดีนั้นจะประกาศขายทอดตลาดได้หรือไม่ ต้องว่ากล่าวกันไปในคดีที่ผู้ร้องเป็นคู่ความ ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งถอนอายัดในคดีที่ผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความด้วย และกรณีไม่ต้องด้วยข้อห้ามมิให้ยึดซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2514
นายพา บุญหล้า ที่ 1 นางปี หรือจำปี สอนดา ที่ 2 นางที หรือจันทร์ที เสาสุข ที่ 3
นางรุณ หรือจรูญ ยันอินทร์ ที่ 4 นางอุดม สุวรรณประทีป ที่ 5 โจทก์
นางแท่น รวดบาง จำเลย
นางละออ ศรีนครไทย ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 3 - นายพา บุญหล้า ที่ 1 นางปี หรือจำปี สอนดา ที่ 2 นางที หรือจันทร์ที เสาสุข ที่ · โจทก์ - นางรุณ หรือจรูญ ยันอินทร์ ที่ 4 นางอุดม สุวรรณประทีป ที่ 5 · จำเลย - นางแท่น รวดบาง · ผู้ร้อง - นางละออ ศรีนครไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายอำพัน บุญกลั่น · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา