⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 98/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ตายใช้มือตบหน้าจำเลยก่อน ถือเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยแทงทำร้ายผู้ตายไปในขณะนั้น จึงเป็นการกระทำความผิดด้วยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเกิดปากเสียง ด่าทอแล้วใช้มือผลักซึ่งกันและกันกับพวกคนหนึ่งของผู้ตาย ผู้ตายเข้าห้ามให้แยกกันและใช้มือตบหน้าจำเลยไป 1 ที โดยมิได้แสดงอาการว่าจะทำร้ายจำเลยด้วยอาวุธอะไรต่อไปอีก จำเลยได้ชักมีดออกแทงผู้ตายไปทันทีถูกผู้ตายเป็นแผลฉกรรจ์ถึง 3 แผล ถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยจะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันตนเองให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึงหาได้ไม่และการที่ผู้ตายใช้มือตบหน้าจำเลยก่อนเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยแทงทำร้ายผู้ตายไปในขณะนั้น จึงเป็นการกระทำความผิดด้วยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเวลากลางวันของวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๑๐ จำเลยที่ ๑ ใช้มีดพกปลายแหลม จำเลยที่ ๒ ใช้ไม้ตะบอง ร่วมกันแทงและตีทำร้ายนายดุลยาซิงห์ โดยเจตนาฆ่านายดุลยาซิงห์ถูกทำร้ายถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย และจำเลยที่ ๑ ยังใช้มีดแทงทำร้ายนายยากัสซิงห์หรือกระยาซิงห์เกิดอันตรายแก่กายสาหัส เหตุเกิดที่ตำบลคลองต้นไทร อำเภอคลองสาน จังหวัดธนบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓, ๒๙๗ นายยากัสซิงห์ผู้เสียหายและนางสาวมินทร์โกรกับพวกรวม ๕ คน บุตรผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลไต่สวนแล้วสั่งอนุญาต จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วไม่เชื่อว่าจำเลยที่ ๒ ใช้ไม้ตีผู้ตายและจำเลยที่ ๒ มิได้ร่วมสมคบหรือสนับสนุนการกระทำของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ทะเลาะกับนายยากัสซิงห์ก่อนผู้ตายเข้าห้ามจำเลยที่ ๑ จึงใช้มีดแทงผู้ตาย พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๙๗ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นกระทงหนัก จำคุก ๑๘ ปี ยกฟ้องสำหรับตัวจำเลยที่ ๒ มีดของกลางให้ริบ โจทก์และนางสาวมินทร์โกร์กับพวกโจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ด้วย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ว่า เป็นการกระทำป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยแทงผู้ตายและนายยากัสซิงห์เพราะถูกนายยากัสซิงห์ด่าและตบหน้าซึ่งเป็นการข่มเหงกันอย่างร้ายแรงโดยเหตุอันไม่เป็นธรรมจำเลยที่ ๑ กระทำไปโดยบันดาลโทสะ มิใช่เกิดจากกรณีวิวาทสำหรับจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๑ พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๙๗ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๘ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามศาลชั้นต้น นางสาวมินทร์โกร์กับพวกโจทก์ร่วมฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ ส่วนฎีกาเกี่ยวกับตัวจำเลยที่ ๒ ไม่รับ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่ามีดของกลางเป็นของจำเลยที่ ๑ ซึ่งชักออกทำร้ายผู้ตายและนายยากัสซิงห์ ผู้ตายกับนายยากัสซิงห์ได้พบกับจำเลยที่ ๑ ที่หน้าปากตรอกเข้าบ้านหัวหน้ายาม นายยากัสซิงห์ถามจำเลยที่ ๑ ว่าจะไปที่ไหนจะไปทำไมกัน จำเลยที่ ๑ ก็ด่าแม่นายยากัสซิงห์ก่อน ครั้นนายยากัสซิงห์ด่าตอบ ทั้งสองคนก็เข้าใช้มือผลักกัน นายดุลยาซิงห์ผู้ตายเข้าห้ามและตบหน้าจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงชักมีดออกแทงนายดุลยาซิงห์ นายยากัสซิงห์เข้าไปจะช่วยก็ถูกจำเลยที่ ๑ แทงอีกหลายแผล ได้รับบาดเจ็บถึงสาหัส การที่นายดุลยาซิงห์ตบหน้าจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ก็ใช้มีดแทงนายดุลยาซิงห์ทันที บาดแผลของนายดุลยาซิงห์ที่ถูกจำเลยที่ ๑ แทงเอานั้นล้วนแต่ฉกรรจ์ทั้งสิ้น คือถูกบริเวณทรวงอก ๒ แผล แผลหนึ่งทะลุเข้าเยื่อหุ้มปอดทะลุหัวใจ อีกแผลหนึ่งทะลุเยื่อหุ้ม ปอดและเนื้อปอด ส่วนแผลที่ ๓ ทะลุเข้าช่องท้องถูกเยื่อบุลำไส้มีเลือดออกในช่องท้องประมาณ ๓๐ ลูกบาศก์เซนติเมตรการกระทำอันรุนแรงของจำเลยที่ ๑ ดังนี้ จะอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตนเองให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะถึงหาได้ไม่เพราะพอผู้ตายตบหน้าจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ก็ใช้มีดแทงผู้ตายทันที โดยที่ผู้ตายมิได้แสดงอาการว่าจะทำร้ายจำเลยที่ ๑ ด้วยอาวุธอะไรต่อไป อย่างไรก็ตามที่ผู้ตายตบหน้าจำเลยที่ ๑ ก่อนถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจำเลยที่ ๑ อย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยที่ ๑ ได้ทำร้ายผู้ตายไปในขณะนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๑ บันดาลโทสะ ย่อมได้รับผลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2514 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายยากัสซิงห์ ผู้เสียหาย และนางสาวมินทร์โกร์ เด็กหญิงโกนมิดโกล เด็ก เด็กหญิงกาโก เด็กหญิงมินดาร์กอร์ โดยนางกัน มาคช มารดาผู้ใช้อำนาจ ปกครอง โจทก์ร่วม นายราม ลาลซิงห์ ที่ 1 นายโมฮิน เดอรซิงห์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · เด็ก - นายยากัสซิงห์ ผู้เสียหาย และนางสาวมินทร์โกร์ เด็กหญิงโกนมิดโกล · มารดาผู้ใช้อำนาจ - เด็กหญิงกาโก เด็กหญิงมินดาร์กอร์ โดยนางกัน มาคช · โจทก์ร่วม - ปกครอง · จำเลย - นายราม ลาลซิงห์ ที่ 1 นายโมฮิน เดอรซิงห์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสนับ คัมภีรยส · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง จินดานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1116/2502ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 2632/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา