คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยข้อเท็จจริงในส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ได้วินิจฉัยในส่วนอาญา หากคดีส่วนอาญาห้ามฎีกาข้อเท็จจริง คดีส่วนแพ่งก็ต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ และทำให้พืชผลของโจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษ และให้จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินและใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองปลูกพืชผลในที่พิพาทตลอดมา การกระทำของจำเลยไม่เป็นการบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่าต้องฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยบุกรุกที่ดินโจทก์และทำให้พืชผลของโจทก์เสียหาย ดังนี้เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 สำหรับคดีส่วนแพ่ง แม้ที่พิพาทมีราคา 20,000 บาทไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง แต่ศาลฎีกาก็ต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46ว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองที่พิพาท การกระทำของจำเลยไม่เป็นการบุกรุกหรือทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกหลายคน ใช้รถแทรกเตอร์ไถไร่ที่โจทก์ได้ครอบครองปลูกพืชผลไว้ เป็นที่ดินราว ๑๖ ไร่เศษ คิดเป็นราคาเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ทำให้พืชผลมีต้นมะพร้าว มะม่วง ขนุน น้อยหน่าง้าว กล้วย แค มะละกอ กับน้อยหน่าที่เพาะชำไว้เสียหายคิดเป็นเงิน๑,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๒ ได้ยื่นเรื่องราวขอหนังสือรับรองการทำประโยชน์ส่วนหนึ่งของที่ดินโจทก์ตรงที่จำเลยบุกรุก กับขอแบ่งขายให้นายจิตรจำเลยที่ ๓ อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นการถือเอาการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์เป็นของตนเองและบุคคลที่สาม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๕๙(๔), ๓๖๒, ๓๖๓, ๕๙, ๘๓ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินโจทก์ห้ามเกี่ยวข้อง และใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑,๐๐๐ บาทด้วย
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้องทั้งคดีส่วนอาญาและคดีส่วนแพ่ง
จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ได้ขายและมอบการครอบครองให้จำเลยที่ ๓ หากที่พิพาทจะเป็นของโจทก์ จำเลยก็ได้ครอบครอง คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๗๕ แล้ว
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ครอบครองปลูกพืชผลในที่พิพาทฝ่ายเดียวมาโดยตลอด โจทก์ไม่มีสิทธิอย่างใด การที่จำเลยเอารถเข้าไถที่พิพาท จึงไม่เป็นการบุกรุกทำลายทรัพย์สินของโจทก์ พิพากษายกฟ้องให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ ๕๐๐ บาทแทนจำเลย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น พิพากษายืนให้โจทก์เสียค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย ๒๕๐ บาท
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองปลูกพืชผลในที่พิพาทตลอดมา การที่จำเลยเอารถไถที่พิพาทไม่เป็นการบุกรุกทำลายทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์ฎีกาว่า ต้องฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกับพวกบุกรุกที่ดินโจทก์และทำให้พืชผลของโจทก์เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามมาตรา ๒๑๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
สำหรับคดีส่วนแพ่ง ที่พิพาทราคา ๒๐,๐๐๐ บาท แม้จะไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา ๒๔๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็ตาม แต่เมื่อคดีส่วนอาญา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทจำเลยมีสิทธิครอบครองไม่เป็นการบุกรุกหรือทำให้ทรัพย์สินโจทก์เสียหายแล้ว ศาลฎีกาก็ต้องถือข้อเท็จจริงตามคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ ที่ว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๗๗/๒๔๙๙ ระหว่างนางนำ นิลยกานนท์ โจทก์นางเกี๋ย ทิพย์โภชนา กับพวก จำเลย
พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลย ๑๐๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2515
นางน้อย เดชสูงเนิน โจทก์
นางอ่อน ปิ่นจันทึก ที่ 1 นายไพร อินทร์ปัญญา ที่ 2 นายจิตร วัฒนานุสรณ์ ที่ 3
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางน้อย เดชสูงเนิน · 3 - นางอ่อน ปิ่นจันทึก ที่ 1 นายไพร อินทร์ปัญญา ที่ 2 นายจิตร วัฒนานุสรณ์ ที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · แผ้ว ศิวะบวร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายส่งศักดิ์ เปรมวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายผล พิทักษ์ผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา