⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1096/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาลงโทษจำเลยเกินกว่าที่โจทก์บรรยายฟ้อง ถือเป็นข้อบกพร่องในลักษณะคดี ซึ่งมีผลถึงจำเลยอื่นที่มิได้ฎีกามาด้วย

ย่อคำพิพากษา

ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยทั้งสองกับพวกอีก 2 คนใช้ปืนเป็นอาวุธขู่จะฆ่าผู้เสียหายให้ถึงตายเพื่อสะดวกแก่การลักทรัพย์พาทรัพย์ไป และให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ แล้วลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป อันเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าในการปล้นทรัพย์นี้ จำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนยิงขู่ ซึ่งมีอัตราโทษกำหนดไว้ตามวรรคสี่ มาตรา 340 จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุก 20 ปีศาลก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 พิพากษาลงโทษจำเลยเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีย่อมมีผลถึงจำเลยอื่นที่มิได้ฎีกามาด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทง คือ ก. จำเลยที่ ๑ มีอาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ ขนาด .๒๒ หนึ่งกระบอกไม่มีเลขหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ กระสุนปืนขนาด .๒๒ ใช้ยิงได้๗ นัด กับปลอกกระสุนปืนขนาด .๒๒ อีก ๒ ปลอก ไว้ในความครอบครองไม่รับอนุญาต ข. จำเลยทั้งสองกับพวกใช้ปืนเป็นอาวุธ ขู่ว่าจะฆ่านายวิจารณ์ หุตะแพทย์นายล้อ แซ่ตั้น และนางสาวแอ๊ดหรือเฉลิมศรี ยามมีสิน ให้ถึงแก่ความตายเพื่อสะดวกแก่การลักทรัพย์พาทรัพย์ไป และเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกได้ลักเอาสร้อยคอทองคำ ๑ เส้น พร้อมด้วยจี้ ราคา ๑๗๕ บาท นาฬิกาข้อมือ ๑ เรือน ราคา ๒๒๐ บาท ของนายวิจารณ์ นาฬิกาข้อมือ ๑ เรือนราคา ๖๐๐ บาท ของนายฮ้อ และสร้อยคอทองคำ ๑ เส้น ราคา ๒๘๐ บาท ของนางสาวแอ๊ดหรือเฉลิมศรีไป ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒; (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๓ กับขอให้ริบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลาง และขอให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ทั้งหมดให้เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗๒ แต่ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดตามมาตรา ๙๑ และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๒๐ ปี ของกลางริบและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าทรัพย์แต่ละคน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลดโทษจำเลยที่ ๑ หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๑๓ ปี ๔ เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ตามฟ้อง แต่ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองฐานปล้นทรัพย์คนละ ๒๐ ปีนั้น ยังคลาดเคลื่อน เพราะตามฟ้องโจทก์ข้อ ข. บรรยายว่าจำเลยทั้งสองกับพวกอีก ๒ คน ใช้ปืนเป็นอาวุธขู่ว่าจะฆ่าผู้เสียหายให้ถึงแก่ความตาย เพื่อสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้ยื่นซึ่งทรัพย์ อันเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปีแม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าในการปล้นทรัพย์นี้ จำเลยที่ ๒ใช้อาวุธปืนยิงขู่ ซึ่งมีอัตราโทษกำหนดไว้ตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบปี ศาลก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคแรก แม้จำเลยที่ ๑ มิได้ฎีกา แต่เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีย่อมมีผลถึงจำเลยที่ ๑ ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓, ๒๒๕ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ โดยกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๑๒ ปี ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ เพราะให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นเหตุอันควรปรานี คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มี กำหนด ๘ ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1096/2515 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายรส วงษ์ปาน ที่ 1 นายชาญ หรือสม หรือแป๊ะ ตรีเนตร ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · ล. - นายรส วงษ์ปาน ที่ 1 นายชาญ หรือสม หรือแป๊ะ ตรีเนตร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรม วรรณแสง · วิกรม เมาลานนท์ · เสนาะ เอกพจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเดช ภูวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม · ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 913/2513ฎีกา 1413/2493ฎีกา 2885/2537ฎีกา 47/2482ฎีกา 1241/2495ฎีกา 2258/2531ฎีกา 8946/2542ฎีกา 201/2480ฎีกา 3118/2559ฎีกา 484/2488ฎีกา 4024/2534ฎีกา 1276/2481ฎีกา 124/2532ฎีกา 222/2557ฎีกา 2067/2514ฎีกา 2743/2543ฎีกา 3382/2534ฎีกา 4398/2555ฎีกา 1888/2541ฎีกา 3257/2537ฎีกา 2251/2552ฎีกา 199-200/2494ฎีกา 994/2543ฎีกา 302/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา